<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>APAC News</title>
	<atom:link href="http://apacnews.net/news/?feed=rss2" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://apacnews.net/news</link>
	<description>Asian Pacific News</description>
	<lastBuildDate>Fri, 18 May 2012 16:33:40 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	
		<item>
		<title>คำต่อคำ”จตุพร”ยอมรับคำพิพากษาพ้นส.ส.แต่คล้อยหลังอัดถูกศาลรัฐธรรมนูญเกลียดขี้หน้า</title>
		<link>http://apacnews.net/news/?p=24945</link>
		<comments>http://apacnews.net/news/?p=24945#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 16:33:40 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Handheld-Home]]></category>
		<category><![CDATA[TOP News]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://apacnews.net/news/?p=24945</guid>
		<description><![CDATA[จตุพร พรหมพันธุ์ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นสวมหน้ากากไพร่แถลงข่าวดุเดือด ซัดศาลเกลียดขี้หน้าตนมากกว่า 10 คน เหน็บถ้ากินหญ้าคงได้รับความเป็นธรรม ระบุมีขบวนการสกัดการเป็นส.ส.  
วันที่ 18 พ.ค. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายจตุพร พรหมพันธุ์  อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังทราบผลคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยให้สมาชิกภาพการเป็น ส.ส. สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (4) ประกอบมาตรา 101 (3) นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยนั้นว่า การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ไม่ได้เกินความคาดหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้เตรียมการอะไรเป็นพิเศษแต่เป็นการเตรียมใจมารับฟังมากกว่า เพราะที่ผ่านมาตนได้มีการต่อสู้กับความไม่ถูกต้องมาโดยตลอด ตั้งแต่กระบวนการคุมขังตน ก็ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ทั้งหมดนั้นตนขอน้อมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้น จะเป็นประชาชนธรรมดา หรือจะเป็น ส.ส. ตนก็เป็นนายจตุพร คนเดิม
ดังนั้นวันนี้จึงถือเป็นวันที่กลับมาเป็นราษฎรเต็มขั้น ตนก็จะทำหน้าที่ต่อสู้กับความไม่ถูกต้องต่อไป  เพราะยังมีเวทีของคนเสื้อแดงที่ยังรอให้ตนทำหน้าที่อยู่ เพราะฉะนั้นเส้นทางของตนคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงที่แสดงความห่วงใย แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมาด้วยมติเสียงข้างมาก 7 : 1  อีกทั้งต้องขอบคุณ กกต. ที่ทำให้รู้ว่าบ้านเมืองนี้ต้องมีการแสวงหาความยุติธรรมต่อไป เพราะที่ผ่านมาแต่ละฝ่ายได้ทำหน้าที่อย่างครบถ้วนแล้ว อย่างไรก็ตาม จากนี้ต่อไปตนก็จะไปสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จตุพร พรหมพันธุ์ยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นสวมหน้ากากไพร่แถลงข่าวดุเดือด ซัดศาลเกลียดขี้หน้าตนมากกว่า 10 คน เหน็บถ้ากินหญ้าคงได้รับความเป็นธรรม ระบุมีขบวนการสกัดการเป็นส.ส.  </p>
<p><span id="more-24945"></span>วันที่ 18 พ.ค. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายจตุพร พรหมพันธุ์  อดีต ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำ นปช. ให้สัมภาษณ์ภายหลังทราบผลคำวินิจฉัยของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่วินิจฉัยให้สมาชิกภาพการเป็น ส.ส. สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (4) ประกอบมาตรา 101 (3) นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยนั้นว่า การวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ ไม่ได้เกินความคาดหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้เตรียมการอะไรเป็นพิเศษแต่เป็นการเตรียมใจมารับฟังมากกว่า เพราะที่ผ่านมาตนได้มีการต่อสู้กับความไม่ถูกต้องมาโดยตลอด ตั้งแต่กระบวนการคุมขังตน ก็ไม่ได้เป็นไปตามกฎหมาย แต่ทั้งหมดนั้นตนขอน้อมรับชะตากรรมที่เกิดขึ้น จะเป็นประชาชนธรรมดา หรือจะเป็น ส.ส. ตนก็เป็นนายจตุพร คนเดิม</p>
<p>ดังนั้นวันนี้จึงถือเป็นวันที่กลับมาเป็นราษฎรเต็มขั้น ตนก็จะทำหน้าที่ต่อสู้กับความไม่ถูกต้องต่อไป  เพราะยังมีเวทีของคนเสื้อแดงที่ยังรอให้ตนทำหน้าที่อยู่ เพราะฉะนั้นเส้นทางของตนคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม  ขอขอบคุณพี่น้องประชาชนคนเสื้อแดงที่แสดงความห่วงใย แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยออกมาด้วยมติเสียงข้างมาก 7 : 1  อีกทั้งต้องขอบคุณ กกต. ที่ทำให้รู้ว่าบ้านเมืองนี้ต้องมีการแสวงหาความยุติธรรมต่อไป เพราะที่ผ่านมาแต่ละฝ่ายได้ทำหน้าที่อย่างครบถ้วนแล้ว อย่างไรก็ตาม จากนี้ต่อไปตนก็จะไปสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย ซึ่งยังไม่มีการกำหนดวันจะเดินทางไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคเมื่อใด</p>
<p>“ผมได้เตรียมใจมาตั้งแต่ต้นแล้ว เมื่อคำวินิจฉัยของศาลออกมาเช่น ผมก็ต้องยอมรับ จากนี้ไปจะทำหน้าที่ต่อไปอย่างปกติ ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ส่วนหนทางข้างหน้าจะเป็นอย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับชะตากรรม แต่ที่แน่ๆ ต้องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต่อไป”นายจตุพรกล่าว</p>
<p>นายจตุพร กล่าวต่อว่าวันเดียวกันนี้นางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธาน นปช.จะมีการแถลงข่าวที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว จะไปร่วมแถลงข่าวด้วย โดยจะพูดถึงประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยสิ้นสมาชิกการเป็น ส.ส.ของตนจะเป็นการชี้แจ้งให้มวลชนคนเสื้อแดงได้เข้าใจ เพราะทราบว่าการวินิจฉัยของศาลในวันนี้ มีพี่น้องหลายคนเจ็บปวดจากคำวินิจฉัย แต่ก็อยากให้มวลชนคนเสื้อแดงรู้ว่าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน พี่น้องคนเสื้อแดงก็มีเรื่องเจ็บปวดที่ต้องเผชิญมาโดยตลอด จึงขอให้คิดว่าชีวิตมนุษย์เราไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาย</p>
<p>“จากความเจ็บปวดในครั้งนี้ทำให้เราได้รู้ชีวิตมากขึ้น และขอโทษพี่น้องประชาชนที่ตนนำความทุกข์มาให้ ทั้งนี้ยืนยันจากคำวินิจฉัยของศาลไม่ได้มีความรู้สึกติดอะไรกับศาลและ กกต.”นายจตุพรกล่าว</p>
<p> เมื่อถามว่าหลังจากนี้พร้อมที่จะรับตำแหน่งรัฐมนตรีหรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบ เพราะทั้งหมดอยู่ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และพรรคเพื่อไทย ทั้งนี้ตนเองเปรียบเสมือนผู้เล่นในทีมฟุตบอล การที่จะถูกคัดเลือกให้ลงเล่นในเกมหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับโค้ชและผู้จัดการทีม ผู้เล่นคงไปตัดสินใจเองไม่ได้ ตนจึงไม่ต้องการพูดว่าจะเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ เพราะจากผลงานที่ผ่านมา ประชาชนได้พิสูจน์และเห็นผลงานของตนทั้งในและนอกสภาฯมาแล้ว ฉะนั้นการที่จะรับตำแหน่งใดๆ ให้เป็นเรื่องของภายภาคหน้าดีกว่า</p>
<p>เมื่อถามว่า หลังจากสิ้นสุดการเป็น ส.ส. จะไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครองในการขอประกันตัวแล้ว นายจตุพร กล่าวว่า ไม่เป็นไร เพราะชีวิตและอิสรภาพของตนได้ยกให้กับการต่อสู้ไปหมดแล้วจะมีการเอกสิทธิ์คุ้มครองหรือไม่นั้น ก็จะต้องเดินหน้าต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย</p>
<p><strong>คำต่อคำ </strong><strong>“ไอ้ตู่” น้ำลายฟูมปาก! ด่า “ศาล รธน.” เกลียดขี้หน้า พิพากษาตัดสิทธิ์การเป็น ส.ส.</strong></p>
<p><a href="http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000061514#channel=fccb171074c89c&amp;origin=http%3A%2F%2Fwww.manager.co.th&amp;channel_path=%2FPolitics%2FViewNews.aspx%3FNewsID%3D9550000061514%26fb_xd_fragment%23xd_sig%3Dfa4a199a8e9b58%26&amp;transport=postmessage" class="ext-link" rel="external nofollow" onclick="this.target='_blank';">http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000061514#channel=fccb171074c89c&amp;origin=http%3A%2F%2Fwww.manager.co.th&amp;channel_path=%2FPolitics%2FViewNews.aspx%3FNewsID%3D9550000061514%26fb_xd_fragment%23xd_sig%3Dfa4a199a8e9b58%26&amp;transport=postmessage</a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://apacnews.net/news/?feed=rss2&#038;p=24945</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โอบามาเสนอตั้งทูตสหรัฐประจำพม่าในรอบ 22 ปี ยกเลิกคว่ำบาตรด้านลงทุน</title>
		<link>http://apacnews.net/news/?p=24941</link>
		<comments>http://apacnews.net/news/?p=24941#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 15:51:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[Handheld-Home]]></category>
		<category><![CDATA[ถนนสายอเมริกา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://apacnews.net/news/?p=24941</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 18 พ.ค.มีรายงานจากกรุงวอชิงตัน ดีซี.ว่าประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรด้านการลงทุนต่อประเทศพม่า และยังเสนอชื่อเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำพม่า คนแรกในรอบ 22 ปี
การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากมีเสียงเรียกร้องจากหลายหน่วยงานทั้งทางธุรกิจและการเมืองในสหรัฐ ยุโรปและเอเชีย ให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อพม่า แม้นางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญของพม่าจะออกมาเตือนบรรดาชาติมหาอำนาจด้วยตัวเองว่าอย่าเพิ่งมองโลกในแง่ดีเกินไปก็ตาม
ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐจะเริ่มออกใบอนุญาตเพื่อการลงทุนด้านธุรกิจรวมถึงใบอนุญาตทำงานให้กับทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลชาวอเมริกันที่สนใจจะดำเนินธุรกิจในพม่า อย่างไรก็ตาม สหรัฐจะยังคงมาตรการคว่ำบาตรส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพพม่าเอาไว้ จนกว่าการปฏิรูปทางการเมืองในพม่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนกว่านี้
พร้อมกันนี้นประธานาธิบดีโอบามายังเสนอชื่อนาย เดเร็ค เจ. มิตเชลล์ (Derek Mitchell)ผู้แทนพิเศษของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐในกิจการพม่าให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงเนย์ปิดอว์คนแรกอย่างเป็นทางการ  อย่างไรก็ตามข้อเสนอนี้จะต้องรอผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาตามที่กฎหมายกำหนด
ก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐสั่งตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับพม่าจากเหตุการณ์จลาจลและการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อปี 1988 รวมถึงการที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ( เอ็นแอลดี ) ของนางซูจี ได้รับชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อปี 1990 แต่ผลการเลือกตั้งกลับไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลทหารพม่าในสมัยนั้น
U.S. firms eye Myanmar as sanctions suspended
http://news.yahoo.com/u-firms-eye-myanmar-sanctions-suspended-093503635&#8211;sector.html
&#160;
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เมื่อวันที่ 18 พ.ค.มีรายงานจากกรุงวอชิงตัน ดีซี.ว่าประธานาธิบดีบารัค โอบามา ประกาศยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรด้านการลงทุนต่อประเทศพม่า และยังเสนอชื่อเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำพม่า คนแรกในรอบ 22 ปี</p>
<p><span id="more-24941"></span>การประกาศดังกล่าวมีขึ้นหลังจากมีเสียงเรียกร้องจากหลายหน่วยงานทั้งทางธุรกิจและการเมืองในสหรัฐ ยุโรปและเอเชีย ให้ยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อพม่า แม้นางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านคนสำคัญของพม่าจะออกมาเตือนบรรดาชาติมหาอำนาจด้วยตัวเองว่าอย่าเพิ่งมองโลกในแง่ดีเกินไปก็ตาม</p>
<p>ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐจะเริ่มออกใบอนุญาตเพื่อการลงทุนด้านธุรกิจรวมถึงใบอนุญาตทำงานให้กับทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลชาวอเมริกันที่สนใจจะดำเนินธุรกิจในพม่า อย่างไรก็ตาม สหรัฐจะยังคงมาตรการคว่ำบาตรส่วนใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับกองทัพพม่าเอาไว้ จนกว่าการปฏิรูปทางการเมืองในพม่าจะเห็นผลเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนกว่านี้</p>
<p>พร้อมกันนี้นประธานาธิบดีโอบามายังเสนอชื่อนาย เดเร็ค เจ. มิตเชลล์ (Derek Mitchell)ผู้แทนพิเศษของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐในกิจการพม่าให้ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงเนย์ปิดอว์คนแรกอย่างเป็นทางการ  อย่างไรก็ตามข้อเสนอนี้จะต้องรอผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาตามที่กฎหมายกำหนด</p>
<p>ก่อนหน้านี้รัฐบาลสหรัฐสั่งตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับพม่าจากเหตุการณ์จลาจลและการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยเมื่อปี 1988 รวมถึงการที่พรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย ( เอ็นแอลดี ) ของนางซูจี ได้รับชัยชนะถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อปี 1990 แต่ผลการเลือกตั้งกลับไม่ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลทหารพม่าในสมัยนั้น</p>
<p><strong>U.S.</strong><strong> firms eye </strong><strong>Myanmar</strong><strong> as sanctions suspended</strong></p>
<p><a href="http://news.yahoo.com/u-firms-eye-myanmar-sanctions-suspended-093503635--sector.html" class="ext-link" rel="external nofollow" onclick="this.target='_blank';">http://news.yahoo.com/u-firms-eye-myanmar-sanctions-suspended-093503635&#8211;sector.html</a></p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://apacnews.net/news/?feed=rss2&#038;p=24941</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>รายละเอียดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ 7 ต่อ 1 ให้”ตู่ จตุพร”พ้นส.ส.</title>
		<link>http://apacnews.net/news/?p=24932</link>
		<comments>http://apacnews.net/news/?p=24932#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 15:05:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Handheld-Home]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวที่น่าสนใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://apacnews.net/news/?p=24932</guid>
		<description><![CDATA[ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มีนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ เป็นประธาน ได้ออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ ขอให้ศาลวินิจฉัยความเป็นสมาชิกภาพของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 (4) ประกอบมาตรา101 (3) หรือไม่ 
บรรยากาศโดยรอบสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 18 พฤษภาคม ปรากฏว่ามีบรรดากลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 100 คนเดินทางมาคอยให้กำลังใจกับนายจตุพร ท่ามกลางการจัดกำลังดูแลความเรียบร้อย 1 กองร้อย
นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี อ่านคำวินิจฉัยระบุว่า มีประเด็นที่ต้องพิจารณาก่อนวินิจฉัยในข้อเท็จจริงว่ากกต.ไม่มีอำนาจที่จะวินิจฉัยการสิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายจตุพรได้อีก เนื่องจากกกต.ได้รับสมัครและประกาศรับรองให้นายจตุพรเป็นส.ส.แล้ว ตามที่นายจตุพรร้องหรือไม่
เห็นว่าการดำเนินการของกกต.ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.มาตรา40 ประกอบมาตรา 45 ที่กำหนดให้กกต.ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อเพิกถอนรายชื่อผู้ที่ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อนั้นเป็นขั้นตอนก่อนการเลือกตั้ง
แต่คำร้องที่กกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้นเป็นการขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติส.ส.สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ ซึ่งเป็นอำนาจที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย ซึ่งก่อนการเลือกตั้งหากกกต.พบว่ามีการขาดคุณสมบัติของผู้สมัคร โดยดำเนินการตามอำนาจไปแล้ว แต่ต่อมาภายหลังพบว่า ส.ส.คนใดมีเหตุที่สมาชิกภาพสิ้นสุดลงกกต.ก็มีอำนาจที่จะส่งเรื่องให้ประธานสภาฯ ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ข้ออ้างของนายจตุพรจึงฟังไม่ขึ้น
ส่วนสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายจตุพรสิ้นสุดลงหรือไม่ จากข้อเท็จจริงตามคำร้องและการแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกร้องรับฟังได้ว่า นายจตุพรได้รับการเลือกตั้งเป็นส.ส.เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.50 และสมัครเข้าเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.51 ต่อมาถูกฟ้องดำเนินคดีอาญาฐานก่อการร้าย ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งภายหลังเมื่อมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาในปี 2554 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่มีนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ เป็นประธาน ได้ออกนั่งบัลลังก์ อ่านคำวินิจฉัยในคดีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งความเห็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) <span id="more-24932"></span>ที่ ขอให้ศาลวินิจฉัยความเป็นสมาชิกภาพของนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย (พท.) สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 (4) ประกอบมาตรา101 (3) หรือไม่ </p>
<p>บรรยากาศโดยรอบสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 18 พฤษภาคม ปรากฏว่ามีบรรดากลุ่มคนเสื้อแดงประมาณ 100 คนเดินทางมาคอยให้กำลังใจกับนายจตุพร ท่ามกลางการจัดกำลังดูแลความเรียบร้อย 1 กองร้อย</p>
<p>นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี อ่านคำวินิจฉัยระบุว่า มีประเด็นที่ต้องพิจารณาก่อนวินิจฉัยในข้อเท็จจริงว่ากกต.ไม่มีอำนาจที่จะวินิจฉัยการสิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายจตุพรได้อีก เนื่องจากกกต.ได้รับสมัครและประกาศรับรองให้นายจตุพรเป็นส.ส.แล้ว ตามที่นายจตุพรร้องหรือไม่</p>
<p>เห็นว่าการดำเนินการของกกต.ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.มาตรา40 ประกอบมาตรา 45 ที่กำหนดให้กกต.ดำเนินการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อเพิกถอนรายชื่อผู้ที่ขาดคุณสมบัติการเป็นผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อนั้นเป็นขั้นตอนก่อนการเลือกตั้ง</p>
<p>แต่คำร้องที่กกต.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยนั้นเป็นการขอให้ตรวจสอบคุณสมบัติส.ส.สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ ซึ่งเป็นอำนาจที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัย ซึ่งก่อนการเลือกตั้งหากกกต.พบว่ามีการขาดคุณสมบัติของผู้สมัคร โดยดำเนินการตามอำนาจไปแล้ว แต่ต่อมาภายหลังพบว่า ส.ส.คนใดมีเหตุที่สมาชิกภาพสิ้นสุดลงกกต.ก็มีอำนาจที่จะส่งเรื่องให้ประธานสภาฯ ยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ ข้ออ้างของนายจตุพรจึงฟังไม่ขึ้น</p>
<p><strong>ส่วนสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายจตุพรสิ้นสุดลงหรือไม่</strong> จากข้อเท็จจริงตามคำร้องและการแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกร้องรับฟังได้ว่า นายจตุพรได้รับการเลือกตั้งเป็นส.ส.เมื่อวันที่ 23 ธ.ค.50 และสมัครเข้าเป็นสมาชิกของพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 13 ธ.ค.51 ต่อมาถูกฟ้องดำเนินคดีอาญาฐานก่อการร้าย ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่งภายหลังเมื่อมีพระราชกฤษฎีกายุบสภาในปี 2554 และมีการกำหนดวันเลือกตั้งวันที่ 3 ก.ค. 54 ศาลได้ถอนประกัน นายจตุพรจึงถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.54 เป็นต้นมา</p>
<p>ต่อมา กกต.เปิดรับสมัครส.ส.บัญชีรายชื่อซึ่งพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่มีชื่อนายจตุพร เป็นผู้สมัครอยู่ในลำดับที่ 8 เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 54 และก่อนการเลือกตั้ง 3 ก.ค.นายจตุพรได้ยื่นคำร้องของอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราวหลายครั้ง แต่ศาลไม่อนุญาต จนวันที่ 3 ก.ค. นายจตุพรจึงไมได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และได้ทำหนังสือแจ้งเหตุอันไมได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ยื่นต่อผอ.สำนักงานเขตวังทองหลางที่พิจารณาแล้วเห็นว่ามีเหตุผลเพียงพอ</p>
<p>หลังการเลือกตั้งกกต.ได้ประกาศรับรองผลให้นายจตุพรเป็นส.ส.ในวันที่ 1 ส.ค. 54 พร้อมมีมติให้สำนักงานกกต.ดำเนินการสืบสวนสอบสวนคุณสมบัติการเป็นส.ส.ของนายจตุพร ซึ่งกกต.ได้มีมติเสียงข้างมากในเวลาต่อมาให้ยื่นคำร้องต่อประธานสภาฯเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพการเป็นส.ส.ของนายจตุพรสิ้นสุดลงหรือไม่<a href="http://apacnews.net/news/?attachment_id=24938" rel="attachment wp-att-24938" class="local-link"><img class="alignright size-medium wp-image-24938" title="TuJatuporn5891" src="http://apacnews.net/news/wp-content/uploads/2012/05/TuJatuporn5891-300x198.jpg" alt="" width="300" height="198" /></a></p>
<p><strong>คดีมีประเด็นต้องพิจารณาว่านายจตุพรเป็นบุคคลต้องห้ามไม่ให้ไปใช้สิทธิหรือไม่</strong> เห็นว่าในมาตรา100(3) ระบุว่า ผู้ต้องคุมขังโดยหมายของศาลไม่ให้เป็นบุคคลที่มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งนายจตุพรถูกดำเนินคดีอาญาฐานก่อการร้าย ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างการพิจารณา แต่เมื่อมีพระราชกฤษฎีกายุบสภา ศาลเพิกถอนสัญญาประกัน และนายจตุพรถูกควบคุมตัวไว้ใน เรือนจำ จึงเห็นได้ว่านายจตุพรเป็นบุคคลต้องห้ามไม่ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 100(3)</p>
<p>นายนุรักษ์ กล่าวว่า <strong>มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่า นายจตุพรเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งซึ่งเป็นลักษณะต้องห้ามของบุคคลที่มิให้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองหรือไม่ และเป็นเหตุให้นายจตุพรพ้นจากการเป็นส.ส.หรือไม่</strong> เห็นว่าหากพิจารณา พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 8  ,19 และ 20 แล้วมีเจตนาว่าผู้ที่จะเป็นสมาชิกพรรคการเมืองต้องมีสัญชาติไทยไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตามที่กฎหมายกำหนด และต้องเป็นบุคคลที่ไม่มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ </p>
<p>เมื่อพิจารณารัฐธรรมนูญมาตรา 100 ได้กำหนดลักษณะบุคคลที่มิให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งไว้ 4 ลักษณะ ภิกษุ สามเณร  ผู้มีสติฟั่นเฟือน ผู้ที่อยู่ระหว่างเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง  และบุคคลที่ถูกจับกุมคุมขังโดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย  บุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลที่ต้องห้ามไม่ให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันเลือกตั้ง โดยบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิในวันเลือกตั้งเป็นบทบัญญัติที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญตั้งแต่ปี 2492</p>
<p>ส่วนกฎหมายที่เกี่ยวกับพรรคการเมืองนั้น เริ่มมีบัญญัติในปี 2498 เป็นฉบับแรก ซึ่งก็ใช้เรื่อยมาและมีอีกหลายฉบับ เช่น 2511  2517  2524 สำหรับบทบัญญัติที่เกี่ยวกับพรรคการเมือง จะบัญญัติบุคคลที่จะสามารถสมัครเข้าพรรคการเมืองได้ โดยบุคคลต้องห้าม จะระบุไว้เพียง ภิกษุ สามเณร นักบวช   แต่เมื่อมีการตราพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง  2541 และ 2550  มีการบัญญัติลักษณะต้องห้ามไม่ให้เป็นสมาชิกพรรคไว้ในแนวทางเดียวกัน</p>
<p>โดยเฉพาะ ฉบับปี 2550 มาตรา  8 เป็นการเขียนข้อความให้ล้อตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 100 คือบุคคลที่ต้องห้ามมิให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งแตกต่างกับพ.ร.บ.พรรคการเมืองในอดีตที่ผ่านมา โดยเป็นการบัญญัติให้ครอบคลุมถึงลักษณะต้องห้ามทั้ง 4 ลักษณะ  รวมถึงต้องถูกคุมขังโดยหมายของศาล  ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อให้บุคคลที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองปฏิบัติตนอยู่ในกรอบของกฎหมาย  และระเบียบวินัยของพรรคการเมือง</p>
<p>การถูกคุมขังระหว่างการพิจารณาของศาล โดยไม่ได้รับอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว แสดงให้เห็นว่าเป็นการกระทำผิดที่มีความรุนแรง และมีเหตุให้ศาลไม่อนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว อันเป็นวัตถุประสงค์ของการกำหนดลักษณะต้องห้ามดังกล่าว นอกจากนี้ผู้ที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองและมีลักษณะต้องห้ามมิให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ ย่อมเป็นปฏิปักษ์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง โดยเฉพาะการใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญกว่าบุคคลทั่วไป ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมือง </p>
<p>ดังนั้นเมื่อผู้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองไมได้ปฎิบัติตนอยู่ในกรอบของกฎหมาย จนถูกดำเนินคดี  และต้องถูกคุมขังโดยหมายของศาล โดยไม่ได้อนุญาตให้ปล่อยตัวในวันเลือกตั้ง ทำให้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 100 ( 3) ย่อมจะเป็นลักษณะต้องห้ามการเป็นสมาชิกพรรคตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง 2550 มาตรา 20  ประกอบมาตรา 19 และ มาตรา  8  เมื่อพิจารณามาตรา  20 ของพ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว บุคคลที่จะสมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมือง นอกจากต้องไม่มีคุณสมบัติต้องห้ามในขณะที่สมัครเป็นสมาชิกพรรคการเมืองแล้ว จะต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามตลอดเวลาที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองด้วย </p>
<p>หากผู้ใดมีลักษณะต้องห้ามเกิดขึ้นภายหลัง ย่อมมีผลให้สมาชิกภาพของผู้นั้นสิ้นสุดลง ดังนั้นเมื่อนายจตุพร เป็นบุคคลต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล จึงเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญมาตรา 100 ( 3) อันเป็นบุคคลต้องห้ามเป็นสมาชิกพรรคการเมือง  ตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง  2550 มาตรา  19 วรรคหนึ่ง  ประกอบมาตรา  8 วรรคหนึ่ง <strong>ส่งผลให้สมาชิกภาพการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยของนายจตุพรสิ้นสุดลงตามมาตรา 20 วรรคหนึ่ง ( 3)</strong><strong></strong></p>
<p>มีประเด็นต้องวินิจฉัยต่อไปว่า การสิ้นสุดสมาชิกภาพสมาชิกพรรคของนายจตุพร ทำให้สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็นส.ส.ตามมาตรา  106 ( 4) หรือไม่ </p>
<p>รัฐธรรมนูญมาตรา 101(3)  บัญญัติให้บุคคลผู้มีคุณสมบัติสามารถลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.ได้ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งติดต่อกันไม่น้อยกว่า 90 วันนับถึงวันเลือกตั้ง  เว้นแต่กรณีการยุบสภาให้ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองติดต่อกันไม่น้อยกว่า 30 วันนับถึงวันเลือกตั้ง </p>
<p>และมาตรา 106 (4) ที่บัญญัติว่าสมาชิกภาพส.ส.สิ้นสุดลงเมื่อขาดคุณสมบัติตามาตรา 101(3) แล้วเห็นว่า การที่รัฐธรรมนูญกำหนดให้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองเป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งส.ส. และกำหนดการระยะเวลาการเป็นสมาชิกพรรคก่อนการเลือกตั้งเพื่อให้สมาชิกพรรคการเมืองมีระเบียบวินัย ยึดมั่น เจตนารมณ์ทางการเมือง และดำเนินกิจกรรมทางการเมืองตลอดไป ให้พรรคการเมืองเป็นเสาหลักของปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองจึงไม่เพียงต้องมีอยู่ในวันสมัครรับเลือกตั้งเท่านั้น แต่ต้องมีอยู่ตลอดเวลาของการเป็นส.ส.</p>
<p>ส่วนการถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลฯ แม้รัฐธรรมนูญมาตรา 102(3) จะไม่กำหนดให้เป็นลักษณะต้องห้ามไม่ให้สมัครรับเลือกตั้งแต่การสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ส. กับการใช้สิทธิเลือกตั้ง เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นก่อนและหลัง ต่างเวลากัน แม้ว่าบุคคลที่ถูกคุมขังโดยหมายของศาลมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง อันไม่เป็นลักษณะต้องห้าม แต่การพิจารณาการสิ้นสุดสมาชิกภาพส.ส. เป็นคนละกรณีกัน  หากในวันเลือกตั้งบุคคลดังกล่าวถูกคุมขังอยู่ย่อมถือว่า เป็นบุคคลที่มีลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ</p>
<p>และเมื่อพิจารณาตามคุณสมบัติของส.ส. ซึ่งต้องเป็นสมาชิกพรรคคาการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง อันเป็นคุณสมบัติของผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. ตามมาตรา 101(3)  ประกอบกับรัฐธรรมนูญ มาตรา 106(4) ที่บัญญัติให้สมาชิกภาพของส.ส.สิ้นสุดลง เมื่อขาดคุณสมบัติตามมาตรา 101  แล้วเห็นว่าคุณสมบัติของบุคคลที่จะสมัครส.ส.ซึ่งต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง มิใช่ต้องมีอยู่เฉพาะวันสมัคร แต่ต้องมีอยู่ตลอดระยะเวลาการเป็นส.ส.  <strong>เมื่อขาดคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดก็จะส่งผลให้สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็นส.ส.</strong><strong></strong></p>
<p>สำหรับการพิจารณาเกี่ยวกับความเป็นสมาชิกพรรคการเมืองนั้นเห็นว่า บทบัญญัติรัฐธรรมนูญจะบัญญัติหลักเกณฑ์สำคัญที่เกี่ยวกับการปกครองประเทศ ส่วนรายละเอียดสำคัญที่จะช่วยขยายบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญให้มีความครบถ้วนยิ่งขึ้นนั้น รัฐธรรมนูญบัญญัติให้ กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ซึ่งรายละเอียดเกี่ยวกับพรรคการเมืองนั้น บัญญัติให้ตราขึ้น เป็นพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง  2550 ซึ่งเมื่อพิจารณาเกี่ยวกับคุณสมบัติการเป็นสมาชิกพรรคการเมืองตามพ.ร.บ.ดังกล่าว ในเรื่องที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม การสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกพรรคการเมืองจะบัญญัติไว้ในมาตรา  8  ,19   และ 20 </p>
<p>อีกทั้งรัฐธรรมนูญมาตรา 106 เป็นการวางหลักเกณฑ์กว้าง ๆ  ในการที่ส.ส.ต้องสิ้นสุดสมาชิกภาพแต่การวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพส.ส.สิ้นหรือไม่ ต้องเป็นไปตามพระราชบัญญัตินั้น ๆ เช่นเรื่องสัญชาติ ก็ต้องเป็นไปตามพ.ร.บ.สัญชาติ  เพราะรายละเอียดต่าง ๆ ไม่ได้กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ  จึงจำเป็นต้องนำกฎหมายอื่น มาประกอบการวินิจฉัยเพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามเจตนารมณ์อย่างแท้จริง มิใช่เป็นการนำกฎหมายที่ต่ำกว่าหรือมีบทบัญญัติที่ขัดแย้งในกรณีที่สิ้นสุดสมาชิกภาพการเป็นส.ส.มาขยายหรือตีความให้เป็นโทษตามที่นายจตุพรยกขึ้นอ้างแต่อย่างใด และไม่ใช่การกำหนดเหตุขึ้นใหม่</p>
<p><strong>ดังนั้นเมื่อการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยของนายจตุพร สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101(3) จึงทำให้สมาชิกภาพส.ส.ของนายจตุพรสิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 ( 4) ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยด้วยเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 เสียง ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายจตุพร   สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา  106 (4) ประกอบมาตรา  101 ( 3) นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย</strong><strong></strong></p>
<p>ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ตุลาการเริ่มอ่านคำวินิจฉัย นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้แจ้งกับนายจตุพรว่า นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ขอถอนตัวจากคดีนี้ เนื่องจากภรรยาของนายจรัญ มีคดีฟ้องร้องกับนายจตุพรอยู่ จึงมีตุลาการนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยเพียง8 คน แต่โดยระหว่างที่นายอุดมศักดิ์ อ่านคำวินิจฉัยอยู่นั้นก็ได้มีเสียงสัญญาณเตือนภัย (ไฟไหม้) ดังขึ้นประมาณ 10 วินาทีก็เงียบ  ส่งผลให้การอ่านคำวินิจฉัยหยุดลงไปช่วงขณะหนึ่ง</p>
<p>แต่นายอุดมศักดิ์ กล่าวว่า “ขออ่านต่ออะไรจะเกิดก็ค่อยว่ากัน” ทำให้การอ่านดำเนินต่อไปจนจบ ขณะที่เจ้าหน้าที่ก็เร่งตรวจสอบว่าเกิดจากสาเหตุขัดข้องของสวิทช์ไฟในลิฟสปาร์คขึ้น จึงตามเจ้าหน้าที่ฝ่ายอาคารมาซ่อม</p>
<p>สำหรับตุลาการเสียงข้างน้อย 1 เสียง คือนายชัช ชลวร ที่เห็นว่า กรณีดังกล่าวนั้น เห็นว่าการสิ้นสุดของส.ส.จะต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่งเป็นกฎหมายเฉพาะไม่สามารถเอากฎหมายอื่นที่มีศักดิ์ต่ำกว่ามาประกอบการพิจารณาได้</p>
<p>อีกทั้งเมื่อกกต.พิจารณารับรองผลไปแล้วก็ถือว่ามีผลถูกต้องสมบูรณ์ไปแล้ว กกต.ก็ไม่มีอำนาจวิจิฉัยชี้ขาดในประเด็นดังกล่าวแล้ว อีกทั้งเห็นว่า ที่กกต.ส่งมานี้เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาตีความในข้อสงสัยของกกต.เองซึ่งห็นว่าทำไม่ได้</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://apacnews.net/news/?feed=rss2&#038;p=24932</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แนะทางออกห้องอาหารไทยในแอล.เอ.จัดเป็นหุ้นส่วนให้พนักงานร่วมถือหุ้น</title>
		<link>http://apacnews.net/news/?p=24928</link>
		<comments>http://apacnews.net/news/?p=24928#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 14:42:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Handheld-Home]]></category>
		<category><![CDATA[TOP News]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://apacnews.net/news/?p=24928</guid>
		<description><![CDATA[ผู้เชี่ยวชาญด้านห้องอาหารไทยแนะห้องอาหารไทยแบ่งหุ้นส่วนให้พนักงานถือร่วมเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะห้องอาหารขนาดเล็กขายได้วันละ 500-600 ดอลลาร์ถ้าปฏิบัติเถรตรงอาจอยู่ไม่ได้
หนังสือพิมพ์ The Asian Pacific News ได้รับความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านห้องอาหารให้ความเห็นกรณีที่ห้องอาหารไทยหลายแห่งโดยเฉพาะในเขตแอล.เอ.ถูกตรวจจากเจ้าหน้าที่แรงงานนั้น ถ้าเป็นห้องอาหารเล็กๆที่มียอดขายวันละ 500-600 ดอลลาร์ หากจะทำให้ถูกต้องทีเดียวก็คงอยู่ไม่ได้ ยิ่งหากถูกพนักงานร้องเรียนก็ต้องม้วนเสื่อกลับบ้านทันที
ดังนั้นทางออกที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำก็คือการทำสัญญาเป็นแบบหุ้นส่วนหรือ Partnership เพื่อให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันต่อไปได้ โดยอาจจะแบ่งเป็นหุ้นให้พนักงาน 5 % และยังคงทำงานจ่ายค่าแรงตามที่ทำเหมือนเดิม ถึงสิ้นปีก็อาจแบ่งกำไรให้พนักงานไป
“หากทำเช่นนี้ได้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะร้านเล็กก็ดำเนินการต่อไปได้ เพราะการเป็นเจ้าของจะทำกี่ชั่วโมงก็ได้กฎหมายไม่ได้ห้าม”ผู้เชี่ยวชาญกล่าว
ส่วนร้านใหญ่ๆที่มีปัญหามากก็สามารถปิดกิจการปรับปรุง 3-4 เดือนได้เช่นกัน จากนั้นอาจจะกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ โดยคนงานที่ทำอยู่ก็ถือว่าถูกเลิกจ้างโดยปริยาย บางคนก็ไปเคลมตกงานตามกฎหมายที่กำหนดไว้ได้เช่นกัน
ขณะที่นายวิทย์ เมฆดี CPA (ผู้ตรวจสอบบัญชีได้รับอนุญาต)ให้ความเห็นว่าวิธีการนี้เป็นการเลี่ยงกฎหมายอย่างหนึ่ง แต่หากพนักงานร่วมมือด้วยก็ทำได้ “ปัญหามีอยู่ว่า คนงานจะร่วมมือกับนายจ้างได้แค่ไหนตอนแรกอาจพอใจ ต่อมาอาจเบี้ยวไปแจ้งว่านายจ้างทำแบบนั้นแบบนี้ก็จะมีปัญหาใหญ่ตามมา”
นายวิทย์ให้ความเห็นว่าปัญหาที่เกิดกับห้องอาหารและแรงงานไทยนั้นตนมีข้อสังเกต 2 ประการคือครั้งแรกร้านมักจะถูกพนักงานแจ้งเจ้าหน้าที่จนถูกตรวจสอบ  ปัจจุบันก็ยังมีอยู่ที่พนักงานไปแจ้งซึ่งกฎหมายก็เข้าข้างพนักงานอยู่แล้ว
ประการที่สองตนมองว่าขณะนี้ใกล้เลือกตั้ง รัฐบาลอาจจะอยากโชว์ผลงานเพื่อกระตุ้นให้มีตัวเลขการจ่ายเพย์โรลมากขึ้น เก็บภาษีได้มากขึ้น อัตราการว่างงานน้อยลง “เรื่องนี้เป็นการเมืองและผมคิดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง”นายวิทย์กล่าว
นายวิทย์กล่าวว่าเรื่องพาร์ตเนอร์ชิปถือเป็นการเลี่ยงกฎหมายอย่างหนึ่ง โดยปกติร้านทุกแห่งก็มักจะมีการซิกแซกกันอยู่แล้ว ไม่เฉพาะร้านอาหารไทย เรื่องนี้จะต้องเสี่ยงเอา ถ้าถูกจับได้หรือถูกพนักงานหักหลังก็จะโดนโทษเหมือนกัน
สกญ.แอล.เอ.พบเจ้าหน้าที่แรงงานสหรัฐออกแถลง 5 ข้อแก้ปัญหาห้องอาหารไทยถูกตรวจ
http://apacnews.net/news/?p=24561
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ผู้เชี่ยวชาญด้านห้องอาหารไทยแนะห้องอาหารไทยแบ่งหุ้นส่วนให้พนักงานถือร่วมเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะห้องอาหารขนาดเล็กขายได้วันละ 500-600 ดอลลาร์ถ้าปฏิบัติเถรตรงอาจอยู่ไม่ได้</p>
<p><span id="more-24928"></span>หนังสือพิมพ์ The Asian Pacific News ได้รับความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านห้องอาหารให้ความเห็นกรณีที่ห้องอาหารไทยหลายแห่งโดยเฉพาะในเขตแอล.เอ.ถูกตรวจจากเจ้าหน้าที่แรงงานนั้น ถ้าเป็นห้องอาหารเล็กๆที่มียอดขายวันละ 500-600 ดอลลาร์ หากจะทำให้ถูกต้องทีเดียวก็คงอยู่ไม่ได้ ยิ่งหากถูกพนักงานร้องเรียนก็ต้องม้วนเสื่อกลับบ้านทันที</p>
<p>ดังนั้นทางออกที่ผู้เชี่ยวชาญแนะนำก็คือการทำสัญญาเป็นแบบหุ้นส่วนหรือ Partnership เพื่อให้ทุกฝ่ายทำงานร่วมกันต่อไปได้ โดยอาจจะแบ่งเป็นหุ้นให้พนักงาน 5 % และยังคงทำงานจ่ายค่าแรงตามที่ทำเหมือนเดิม ถึงสิ้นปีก็อาจแบ่งกำไรให้พนักงานไป</p>
<p>“หากทำเช่นนี้ได้ทุกฝ่ายโดยเฉพาะร้านเล็กก็ดำเนินการต่อไปได้ เพราะการเป็นเจ้าของจะทำกี่ชั่วโมงก็ได้กฎหมายไม่ได้ห้าม”ผู้เชี่ยวชาญกล่าว</p>
<p>ส่วนร้านใหญ่ๆที่มีปัญหามากก็สามารถปิดกิจการปรับปรุง 3-4 เดือนได้เช่นกัน จากนั้นอาจจะกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ โดยคนงานที่ทำอยู่ก็ถือว่าถูกเลิกจ้างโดยปริยาย บางคนก็ไปเคลมตกงานตามกฎหมายที่กำหนดไว้ได้เช่นกัน</p>
<p>ขณะที่นายวิทย์ เมฆดี CPA (ผู้ตรวจสอบบัญชีได้รับอนุญาต)ให้ความเห็นว่าวิธีการนี้เป็นการเลี่ยงกฎหมายอย่างหนึ่ง แต่หากพนักงานร่วมมือด้วยก็ทำได้ “ปัญหามีอยู่ว่า คนงานจะร่วมมือกับนายจ้างได้แค่ไหนตอนแรกอาจพอใจ ต่อมาอาจเบี้ยวไปแจ้งว่านายจ้างทำแบบนั้นแบบนี้ก็จะมีปัญหาใหญ่ตามมา”</p>
<p>นายวิทย์ให้ความเห็นว่าปัญหาที่เกิดกับห้องอาหารและแรงงานไทยนั้นตนมีข้อสังเกต 2 ประการคือครั้งแรกร้านมักจะถูกพนักงานแจ้งเจ้าหน้าที่จนถูกตรวจสอบ  ปัจจุบันก็ยังมีอยู่ที่พนักงานไปแจ้งซึ่งกฎหมายก็เข้าข้างพนักงานอยู่แล้ว</p>
<p>ประการที่สองตนมองว่าขณะนี้ใกล้เลือกตั้ง รัฐบาลอาจจะอยากโชว์ผลงานเพื่อกระตุ้นให้มีตัวเลขการจ่ายเพย์โรลมากขึ้น เก็บภาษีได้มากขึ้น อัตราการว่างงานน้อยลง “เรื่องนี้เป็นการเมืองและผมคิดว่าน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง”นายวิทย์กล่าว</p>
<p>นายวิทย์กล่าวว่าเรื่องพาร์ตเนอร์ชิปถือเป็นการเลี่ยงกฎหมายอย่างหนึ่ง โดยปกติร้านทุกแห่งก็มักจะมีการซิกแซกกันอยู่แล้ว ไม่เฉพาะร้านอาหารไทย เรื่องนี้จะต้องเสี่ยงเอา ถ้าถูกจับได้หรือถูกพนักงานหักหลังก็จะโดนโทษเหมือนกัน</p>
<p><strong>สกญ.แอล.เอ.พบเจ้าหน้าที่แรงงานสหรัฐออกแถลง 5 ข้อแก้ปัญหาห้องอาหารไทยถูกตรวจ</strong><strong></strong></p>
<p><a href="http://apacnews.net/news/?p=24561" class="local-link">http://apacnews.net/news/?p=24561</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://apacnews.net/news/?feed=rss2&#038;p=24928</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>แคลิฟอร์เนียขาดงบเกือบ 16 พันล้านผู้ว่าฯขอขึ้นภาษีไม่งั้นตัดงบการศึกษา-รักษาพยาบาล</title>
		<link>http://apacnews.net/news/?p=24918</link>
		<comments>http://apacnews.net/news/?p=24918#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 13:51:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Handheld-Home]]></category>
		<category><![CDATA[TOP News]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://apacnews.net/news/?p=24918</guid>
		<description><![CDATA[รัฐแคลิฟอร์เนียขาดงบอยู่ 16 พันล้านดอลลาร์ เสนอขอขึ้นภาษีเซลส์ แท็กซ์และผู้มีรายได้ปีละ 250,000 ดอลลาร์ขึ้นไปผ่านการลงคะแนนเดือนพฤศจิกายนนี้ไม่เช่นนั้นต้องตัดงบการศึกษาและงบความปลอดภัยของสาธารณะ
สำนักข่าวเอ.พี.รายงานจากซาคราเมนโต้เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมว่านายเจอร์รี่ บราวน์ ผู้ว่าการรัฐเปิดเผยว่างบประมาณแคลิฟอร์เนียได้ขาดดุลเพิ่มขึ้นกว่าที่ประมาณการไว้ โดยจะขาดถึง 16 พันล้านดอลลาร์ ดังนั้นจึงเสนอขอขึ้นภาษีผ่านการลงคะแนนในเดือนพฤศจิกายนนี้ หากข้อเสนอไม่ผ่านจะมีการตัดงบส่วนต่างๆมากขึ้น 
นายบราวน์กล่าวว่าจากเดือนมกราคมที่ขาดอยู่ 9.2 พันล้านดอลลาร์กลับเพิ่มขึ้น สาเหตุเพราะการจัดเก็บภาษีไม่ได้มากพอตามคาด รวมทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจของรัฐก็ไม่ได้มากพอตามที่หวังไว้ นอกจากนี้ยังพบปัญหารัฐถูกฟ้องร้องและยังถูกรัฐบาลกลางตัดงบของรัฐหรือไม่ได้เงินอันเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่ถูกกำหนด
ผู้ว่าฯบราวน์กล่าวผ่านวิดีโอด้วยการอธิบายว่าคงจะต้องตัดงบประมาณเพิ่มมากกว่าที่ได้ขอไว้ในตอนเริ่มต้นของปี  แต่การตัดงบประมาณก็ยังไม่อาจแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องขอชาวแคลิฟอร์เนียอนุมัติให้เป็นไปตามแผนเพื่อจะได้ไม่ต้องตัดงบประมาณการศึกษาและความปลอดภัยของสาธารณะ
งบประมาณประจำปีจะเริ่มวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี ดังนั้นจึงหวังที่จะได้รับอนุมัติจากชาวแคลิฟอร์เนียในการขึ้นภาษีผ่านการลงคะแนน
การเพิ่มขึ้นของภาษีครั้งนี้จะช่วยเข้ามาอุดรายได้ของรัฐในส่วนที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์พังและเกิดเศรษฐกิจถดถอย หากไม่ขึ้นภาษีจะต้องตัดงบประมาณการศึกษาทั้งโรงเรียน,วิทยาลัยและด้านความปลอดภัยของสาธารณะต่างๆ โดยเชื่อว่าการขึ้นภาษีจะเข้ามาแก้ปัญหางบประมาณของรัฐในครั้งนี้
การเสนอขึ้นภาษีครั้งนี้ผ่านบัตรลงคะแนนเป็นเพราะพรรครีพับลิกันไม่ยินยอมที่จะให้ร่างกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติของรัฐที่จำเป็นจะต้องใช้เสียงลงคะแนน 2 ใน 3 ของทั้งสภา แม้ว่าพรรคเดโมแครตจะมีเสียงข้างมากก็ตามแต่มีไม่ถึง 2 ใน 3 จำเป็นต้องขอคะแนนจากสมาชิกพรรครีพับลิกันด้วย
ภายใต้ข้อเสนอของฝ่ายบริหารจะขอขึ้นภาษี sales tax ของรัฐอีก 0.25 % ของ 1 เซ็นต์(a quarter-cent)เพิ่มภาษีเงินได้จากบุคคลที่มีรายได้ 250,000 ดอลลาร์ต่อปีขึ้นไป โดยจะทำให้จัดเก็บได้ 9 พันล้านดอลลาร์ แต่จากการทบทวนของนักวิเคราะห์ที่ไม่ยืนอยู่ข้างใดพบว่าความต้องการเงินเพิ่มในปีงบประมาณ 2012-2013 ของแคลิฟอร์เนียจะอยู่ที่ 6.8 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>รัฐแคลิฟอร์เนียขาดงบอยู่ 16 พันล้านดอลลาร์ เสนอขอขึ้นภาษีเซลส์ แท็กซ์และผู้มีรายได้ปีละ 250,000 ดอลลาร์ขึ้นไปผ่านการลงคะแนนเดือนพฤศจิกายนนี้ไม่เช่นนั้นต้องตัดงบการศึกษาและงบความปลอดภัยของสาธารณะ</p>
<p><span id="more-24918"></span>สำนักข่าวเอ.พี.รายงานจากซาคราเมนโต้เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมว่านายเจอร์รี่ บราวน์ ผู้ว่าการรัฐเปิดเผยว่างบประมาณแคลิฟอร์เนียได้ขาดดุลเพิ่มขึ้นกว่าที่ประมาณการไว้ โดยจะขาดถึง 16 พันล้านดอลลาร์ ดังนั้นจึงเสนอขอขึ้นภาษีผ่านการลงคะแนนในเดือนพฤศจิกายนนี้ หากข้อเสนอไม่ผ่านจะมีการตัดงบส่วนต่างๆมากขึ้น </p>
<p>นายบราวน์กล่าวว่าจากเดือนมกราคมที่ขาดอยู่ 9.2 พันล้านดอลลาร์กลับเพิ่มขึ้น สาเหตุเพราะการจัดเก็บภาษีไม่ได้มากพอตามคาด รวมทั้งการขยายตัวทางเศรษฐกิจของรัฐก็ไม่ได้มากพอตามที่หวังไว้ นอกจากนี้ยังพบปัญหารัฐถูกฟ้องร้องและยังถูกรัฐบาลกลางตัดงบของรัฐหรือไม่ได้เงินอันเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่ถูกกำหนด</p>
<p>ผู้ว่าฯบราวน์กล่าวผ่านวิดีโอด้วยการอธิบายว่าคงจะต้องตัดงบประมาณเพิ่มมากกว่าที่ได้ขอไว้ในตอนเริ่มต้นของปี  แต่การตัดงบประมาณก็ยังไม่อาจแก้ปัญหาได้ทั้งหมด ดังนั้นจึงจำเป็นจะต้องขอชาวแคลิฟอร์เนียอนุมัติให้เป็นไปตามแผนเพื่อจะได้ไม่ต้องตัดงบประมาณการศึกษาและความปลอดภัยของสาธารณะ</p>
<div id="attachment_24921" class="wp-caption alignright" style="width: 310px"><a href="http://apacnews.net/news/?attachment_id=24921" rel="attachment wp-att-24921" class="local-link"><img class="size-medium wp-image-24921" title="jerry-brown-american-flag" src="http://apacnews.net/news/wp-content/uploads/2012/05/jerry-brown-american-flag-300x220.jpg" alt="" width="300" height="220" /></a><p class="wp-caption-text">เจอร์รี่ บราวน์</p></div>
<p>งบประมาณประจำปีจะเริ่มวันที่ 1 กรกฎาคมของทุกปี ดังนั้นจึงหวังที่จะได้รับอนุมัติจากชาวแคลิฟอร์เนียในการขึ้นภาษีผ่านการลงคะแนน</p>
<p>การเพิ่มขึ้นของภาษีครั้งนี้จะช่วยเข้ามาอุดรายได้ของรัฐในส่วนที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์พังและเกิดเศรษฐกิจถดถอย หากไม่ขึ้นภาษีจะต้องตัดงบประมาณการศึกษาทั้งโรงเรียน,วิทยาลัยและด้านความปลอดภัยของสาธารณะต่างๆ โดยเชื่อว่าการขึ้นภาษีจะเข้ามาแก้ปัญหางบประมาณของรัฐในครั้งนี้</p>
<p>การเสนอขึ้นภาษีครั้งนี้ผ่านบัตรลงคะแนนเป็นเพราะพรรครีพับลิกันไม่ยินยอมที่จะให้ร่างกฎหมายผ่านสภานิติบัญญัติของรัฐที่จำเป็นจะต้องใช้เสียงลงคะแนน 2 ใน 3 ของทั้งสภา แม้ว่าพรรคเดโมแครตจะมีเสียงข้างมากก็ตามแต่มีไม่ถึง 2 ใน 3 จำเป็นต้องขอคะแนนจากสมาชิกพรรครีพับลิกันด้วย</p>
<p>ภายใต้ข้อเสนอของฝ่ายบริหารจะขอขึ้นภาษี sales tax ของรัฐอีก 0.25 % ของ 1 เซ็นต์(a quarter-cent)เพิ่มภาษีเงินได้จากบุคคลที่มีรายได้ 250,000 ดอลลาร์ต่อปีขึ้นไป โดยจะทำให้จัดเก็บได้ 9 พันล้านดอลลาร์ แต่จากการทบทวนของนักวิเคราะห์ที่ไม่ยืนอยู่ข้างใดพบว่าความต้องการเงินเพิ่มในปีงบประมาณ 2012-2013 ของแคลิฟอร์เนียจะอยู่ที่ 6.8 พันล้านดอลลาร์</p>
<p>ทั้งนี้ร่างกฎหมายที่ชาวแคลิฟอร์เนียจะลงคะแนนในเดือนพฤศจิกายน 2012 ชื่อ the &#8220;Schools and Local Public Safety Protection Act of 2012&#8243; โดยเงินจำนวนที่ได้มานี้ไม่เพียงแต่จะช่วยด้านการศึกษาทั้งระบบของรัฐคือโรงเรียนและวิทยาลัยชุมชนเท่านั้น แต่ยังจะช่วยผู้สูงอายุและครอบครัวที่มีรายได้น้อย รวมทั้งจะช่วยรัฐบาลระดับท้องถิ่นอื่นๆด้วย </p>
<p>ข้อเสนอขึ้นภาษีครั้งนี้มีทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายต่อต้าน ฝ่ายสนับสนุนคือนายมอลลี่ มังเกอร์ ทนายสิทธิมนุษยชนแห่งแอล.เอ.ร่วมรณรงค์เพื่อเงินที่ได้จากภาษีจะนำไปช่วยโรงเรียนและการศึกษา ในขณะที่กลุ่มพรรครีพับลิกันคัดค้านเพราะเห็นว่าการขึ้นภาษีจะทำให้เศรษฐกิจของแคลิฟอร์เนียฟื้นตัวยาก</p>
<p>รายงานข่าวเปิดเผยว่าหากร่างกฎหมายขึ้นภาษีไม่ผ่านจะมีผลกระทบต่อโรงเรียนของรัฐ(K-12)ด้วยการเรียนที่สั้นเข้าอีก 3 สัปดาห์ต่อปี ,การเพิ่มค่าเล่าเรียน(tuition fees)ระดับวิทยาลัยและตัดงบประมาณระบบศาลของรัฐ</p>
<p>ต่อมาเมื่อวันที่ 14 พ.ค.นายเจอร์รี่ บราวน์ ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียแถลงว่างบประมาณรายจ่ายของรัฐแคลิฟอร์เนียปี 2012-2013 จะขาดดุลอยู่ 15.7 พันล้านดอลลาร์ จึงเสนอร่างกฎหมายขึ้นภาษีเซลส์แท็กซ์ของรัฐอีก 0.25 % ของ 1 เซ็นต์และจัดเก็บภาษีคนที่มีรายได้ปีละ 250,000 ดอลลาร์มากขึ้น</p>
<p>หากร่างกฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่านในการลงคะแนนเสียงวันที่ 6 พฤศจิกายน ผลที่ตามมาจะต้องตัดงบประมาณต่างๆดังนี้  </p>
<p>1.ตัดงบประมาณด้านรักษาพยาบาลททั้งงบของโรงพยาบาลและงบบ้านพักรักษาผู้เจ็บป่วย (nursing home)เพื่อทำให้ระบบการรักษาพยาบาลของรัฐ( MediCal)ลดลง</p>
<p>2.ตัดงบประมาณโครงการ In-Home Supportive Services ลง 7 %</p>
<p>3.ตัดงบประมาณสนับสนุนการศึกษาตั้งแต่ K-12 ,วิทยาลัยและระบบมหาวิทยาลัยของรัฐโดยรวมโดยไม่อนุญาตให้วิทยาลัยและมหาวิทยาลัยได้รับ Cal Grant หากพบว่าดำเนินการด้านการศึกษาไม่ถึงมาตรฐานที่วางไว้ โดยระบบ UC และCSUของรัฐจะถูกตัดแห่งละ 250 ล้านดอลลาร์</p>
<p>4.ตัดงบประมาณเงินเดือนของเจ้าหน้าที่รัฐ (State workers) ลง 5 % โดยจะมีการติดต่อทำสัญญาจ้าง</p>
<p>5.ตัดงบประมาณระบบยุติธรรมทั้งศาลและราชทัณฑ์ลงอีกประมาณ 20 %</p>
<p>ในกรณีที่ร่างกฎหมายนี้ เงิน 89 % ที่ได้มาจะนำไปให้กับระบบการศึกษา K-12 และอีก 11 % จะมอบให้กับ community colleges</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://apacnews.net/news/?feed=rss2&#038;p=24918</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สรุปข่าวธุรกิจเศรษฐกิจ No.589</title>
		<link>http://apacnews.net/news/?p=24899</link>
		<comments>http://apacnews.net/news/?p=24899#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 09:28:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Business]]></category>
		<category><![CDATA[สรุปข่าวธุรกิจเศรษฐกิจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://apacnews.net/news/?p=24899</guid>
		<description><![CDATA[
ฉบับเริ่มจากข่าวแนวโน้มราคาน้ำมันดิบลดลงไปเรื่อยๆ ณ วันที่ 14 พ.ค.ตลาดซื้อขายล่วงหน้าเดือนมิถุนายนปิดที่ 94.42 ดอลลาร์หรือลดลง 1.71 ดอลลาร์ต่อบาเรล  ขณะที่น้ำมันดิบทะเลเหนือที่ตลาดลอนดอลปิดที่ 110.65 ดอลลาร์ลดลง 1.61 ดอลลาร์&#8230;..@นักวิเคราะห์ชี้ว่าเหตุผลเป็นเพราะกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจของจีนที่จะเติบโตแบบเชื่องช้า รวมทั้งเก็งกันว่ากรีซอาจหลุดพ้นจากวงจรของการใช้เงินสกุลยูโร&#8230;..@ราคาน้ำมันเติมรถยนต์ในสหรัฐ AAA รายงานว่าน้ำมันเบนซินธรรมดาแบบไร้สารตะกั่วในรัฐอาร์คันซอส์เฉลี่ยอยู่ที่ 3.46 ดอลลาร์ต่อแกลลอนหรือลดลงมาจาก 3.77 ดอลลาร์เมื่อเทียบกับ
เดือนเมษายน  ขณะที่น้ำมันเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่แกลลอนละ 3.72 ดอลลาร์ ถือว่ารัฐนี้ราคาน้ำมันเบนซินถูกที่สุดในสหรัฐ ขณะที่รัฐอื่นๆเติมอยู่ที่แกลลอนละ 4 ดอลลาร์ขึ้นไป&#8230;..@สำนักงานความปลอดภัยบนถนนหลวง (NHTSA) เข้าตรวจสอบกรณีที่มีข่าวว่าถุงลมนิรภัยด้านข้างของรถเก๋ง Hyundai Elantra เมื่อทำงานกลับไปตัดใบหูของคนขับเจ้าของรถขาดไปครึ่ง โดยจะมีการสอบรายละเอียดของรถรุ่นนี้รวม 123,000 คันเป็นรถรุ่นปี 2012 &#8230;..@เจ้าของรถยนต์ได้ยื่นเรื่องหลังเกิดอุบัติเหตุวันที่ 7 เม.ย.เมื่อแอร์แบคทำงานจะมีเหล็กโผล่ออกมาด้วยและเฉือนหูของคนขับ มีการมอบรูปต่างๆให้เจ้าหน้าที่ไว้เป็นหลักฐาน ขณะนี้ยังไม่มีการเรียกกลับรถรุ่นนี้ไปซ่อมแต่อย่างใดเพราะต้องรอผลการสอบสวนเพิ่มเติมก่อน&#8230;..@พิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ หรือกลุ่มทีเอฟ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อ“มาม่า” เปิดเผยว่ายอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของบริษัทใน 4 เดือนแรกปีนี้เติบโตสูงถึง 11% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2011 คาดยอดเติบโตมาจากภาวะเงินเฟ้อทำให้สินค้าราคาแพงขึ้นผู้บริโภคจึงหันมาประหยัดด้วยการบริโภค”มาม่า”เพิ่มขึ้น&#8230;.. @บริษัทยังจะตรึงราคามาม่าไปอีก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://apacnews.net/news/?attachment_id=21368" rel="attachment wp-att-21368" class="local-link"><img class="aligncenter size-full wp-image-21368" title="Summary_Banner" src="http://apacnews.net/news/wp-content/uploads/2012/03/Summary_Banner.jpg" alt="" width="510" height="100" /></a></p>
<p>ฉบับเริ่มจากข่าวแนวโน้ม<strong>ราคาน้ำมันดิบ</strong>ลดลงไปเรื่อยๆ ณ วันที่ 14 พ.ค.ตลาดซื้อขายล่วงหน้าเดือนมิถุนายนปิดที่ 94.42 ดอลลาร์หรือลดลง 1.71 ดอลลาร์ต่อบาเรล  ขณะที่น้ำมันดิบทะเลเหนือที่ตลาดลอนดอลปิดที่ 110.65 ดอลลาร์ลดลง 1.61 ดอลลาร์&#8230;..<span id="more-24899"></span>@นักวิเคราะห์ชี้ว่าเหตุผลเป็นเพราะกังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจของ<strong>จีน</strong>ที่จะเติบโตแบบเชื่องช้า รวมทั้งเก็งกันว่า<strong>กรีซ</strong>อาจหลุดพ้นจากวงจรของการใช้เงินสกุลยูโร&#8230;..@ราคาน้ำมันเติมรถยนต์ในสหรัฐ <strong>AAA </strong>รายงานว่าน้ำมันเบนซินธรรมดาแบบไร้สารตะกั่วใน<strong>รัฐอาร์คันซอส์</strong>เฉลี่ยอยู่ที่ 3.46 ดอลลาร์ต่อแกลลอนหรือลดลงมาจาก 3.77 ดอลลาร์เมื่อเทียบกับ</p>
<div id="attachment_24900" class="wp-caption alignleft" style="width: 160px"><a href="http://apacnews.net/news/?attachment_id=24900" rel="attachment wp-att-24900" class="local-link"><img class="size-thumbnail wp-image-24900" title="images (1)" src="http://apacnews.net/news/wp-content/uploads/2012/05/images-18-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a><p class="wp-caption-text">...</p></div>
<p>เดือนเมษายน  ขณะที่น้ำมันเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่แกลลอนละ 3.72 ดอลลาร์ ถือว่ารัฐนี้ราคาน้ำมันเบนซินถูกที่สุดในสหรัฐ ขณะที่รัฐอื่นๆเติมอยู่ที่แกลลอนละ 4 ดอลลาร์ขึ้นไป&#8230;..@สำนักงานความปลอดภัยบนถนนหลวง (NHTSA) เข้าตรวจสอบกรณีที่มีข่าวว่าถุงลมนิรภัยด้านข้างของรถเก๋ง <strong>Hyundai Elantra </strong>เมื่อทำงานกลับไปตัดใบหูของคนขับเจ้าของรถขาดไปครึ่ง โดยจะมีการสอบรายละเอียดของรถรุ่นนี้รวม 123,000 คันเป็นรถรุ่นปี 2012 &#8230;..@เจ้าของรถยนต์ได้ยื่นเรื่องหลังเกิดอุบัติเหตุวันที่ 7 เม.ย.เมื่อแอร์แบคทำงานจะมีเหล็กโผล่ออกมาด้วยและเฉือนหูของคนขับ มีการมอบรูปต่างๆให้เจ้าหน้าที่ไว้เป็นหลักฐาน ขณะนี้ยังไม่มีการเรียกกลับรถรุ่นนี้ไปซ่อมแต่อย่างใดเพราะต้องรอผลการสอบสวนเพิ่มเติมก่อน&#8230;..@<strong>พิพัฒ พะเนียงเวทย์</strong> ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ หรือกลุ่มทีเอฟ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อ<strong>“มาม่า”</strong> เปิดเผยว่ายอดขายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของบริษัทใน 4 เดือนแรกปีนี้เติบโตสูงถึง 11% เทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2011 คาดยอดเติบโตมาจากภาวะเงินเฟ้อทำให้สินค้าราคาแพงขึ้นผู้บริโภคจึงหันมาประหยัดด้วยการบริโภค”มาม่า”เพิ่มขึ้น&#8230;.. @บริษัทยังจะตรึงราคามาม่าไปอีก 4 เดือนตามนโยบายของรัฐบาล  ปีที่แล้วมาม่ามียอดขาย 9,995 พันล้านบาท จากยอดตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั้งหมดในไทย 1.2 หมื่นล้านบาทและคาดว่าสิ้นปีนี้ตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในไทยอาจโตถึง 1.5 หมื่นล้านบาท&#8230;..@<strong>ประเทศยูเครน</strong>ออกแถลงเมื่อวันที่ 10 พ.ค.ว่าในช่วงการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ( ยูโร 2012 ) ซึ่งยูเครนเป็นเจ้าภาพร่วมกับโปแลนด์ในเดือน มิ.ย.นี้ <strong>อนาโตลี โฮลุบเชนโก</strong> รักษาการนายกเทศมนตรีกรุงเคียฟ แถลงหลังประชุมร่วมกับเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองว่า ยูเครนจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางของแฟนฟุตบอล และนักท่องเที่ยวนับล้าน ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลยูโร 2012 รอบชิงชนะเลิศจะมีขึ้นที่กรุงเคียฟวันที่ 1 ก.ค&#8230;&#8230;@เพื่อป้องกันการเสื่อมเสียภาพลักษณ์ของประเทศ ทางการเตรียมระดมกำลังเจ้าหน้าที่ และอาสาสมัครคอยสอดส่องดูแลป้องกันไม่ให้มีการซื้อขายบริการทางเพศ รวมถึงกวาดล้างการแจกแผ่นพับ และใบปลิวโฆษณานวดเพื่อสุขภาพ ตามสนามบินและโรงแรมซึ่งมักเป็นโฆษณาแอบแฝงการขายบริการทางเพศ&#8230;..@ในปี 2011 จากการศึกษาของ<strong>Ukrainian Institute of Social Studies</strong> พบว่ายูเครนมีโสเภณีประมาณ 50,000 คนในจำนวนนี้ทุก 6 คนจะมีโสเภณีเด็กอยู่ 1 คน โดยแยกโสวเภณีหากินตามเมืองต่างๆดังนี้ Kiev ประมาณ 9,000 คน, Odessa ประมาณ 6,000 คน,Dnipropetrovsk ประมาณ 3,000 คน, Donetsk ประมาณ 2,500 คนและ Kharkiv ประมาณ 2,000 คน&#8230;..@<strong>ยูเครน</strong>มีประชากรประมาณ 48,457,102 คน(ประมาณการปี 2011) จัดอยู่ในส่วนคาบเกี่ยวของทวีปยุโรปที่เรียกว่า Central และ Eastern Europe มีดินแดนจดรัสเซีย,เบลารุส,โปแลนด์,สโลวาเกีย,ฮังการี,โรแมนเนีย,,มอบโดวา,ทะเลดำและทะเลอาซอฟ แยกตัวออกจากโซเวียตรัสเซียเมื่อวันที่ 16 ก.ค.1990 ประเทศนี้ผลิตยุทโธปกรณ์ออกจำหน่าย&#8230;&#8230;@ขณะนี้มีสายการบิน 6 แห่งเตรียมฟื้นฟูเส้นทางบินไปยังพม่าประกอบด้วย <strong>ศรีลังกาแอร์ไลน์,พิมานแอร์ไลน์ของบังกลาเทศ,ฮ่องกงเอ็กซ์เพรสแอร์ไลน์,ปากีสถานอินเตอร์เนชันแนลแอร์ไลน์,ออลนิปปอนแอร์เวย์ของญี่ปุ่น</strong>และ<strong>กาตาร์แอร์เวย์</strong> เชื่อว่า 2 สายการบินหลังมีความพร้อมที่จะทำการบินทันที ส่วนสายอื่นๆคงจะทยอยตามมา&#8230;..@เหตุผลเพราะนักธุรกิจต่างๆเริ่มบินเข้าพม่ามากขึ้น โดยปกติแล้วนักธุรกิจญี่ปุ่นที่จะเดินทางไปพม่าต้องบินมาแวะที่<strong>สิงคโปร์</strong>หรือ<strong>กรุงเทพฯ</strong>ก่อนที่จะบินต่อไปยังพม่า ญี่ปุ่นเพิ่งจะเปิดสำนักงานตัวแทนของ<strong>ธนาคารมิซุโฮะ คอร์เปอร์เรตแบงก์</strong> ธนาคารใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่นเรียบร้อยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา <strong>บริษัทลอว์ซัน</strong>แห่งญี่ปุ่นยังมีแผนการที่จะเปิดศูนย์การค้าขนาดใหญ่ในพม่าด้วย&#8230;..@<strong>กาตาร์แอร์เวย์</strong>ประกาศฟื้นเที่ยวบินตรงไปยังนครย่างกุ้งวันที่ 3 ต.ค.จะช่วยให้การเดินทางของนักท่องเที่ยวจากพม่าไปยังปลายทางในยุโรป แอฟริกาและตะวันออกกลางสะดวกมากขึ้น&#8230;..@ปัจจุบันมีสายการบินที่บินบริการในพม่ากับจุดหมายปลายทางอื่นๆ 13 สายประกอบด้วยเมียนมาร์แอร์เวย์สอินเตอร์เนชันแนล (MAI)สายการบินแห่งชาติ,แอร์ไชน่า,ไชน่าเซาม์เทิร์นแอร์ไลน์,ไชน่าอีสต์เทิร์น,การบินไทย,อินเดียแอร์ไลน์, แอร์เอเชีย ,ไชน่าแอร์ไลน์, ซิลค์แอร์,มาเลเซียแอร์ไลน์,บางกอกแอร์เวย์ส,เจ็ทสตาร์เอเชีย และเวียดนามแอร์ไลน์&#8230;..@กล้องถ่ายรูปยี่ห้อ<strong>ไลก้า</strong>(Leica 0 series)ผลิตเมื่อปี 1923 ได้รับการประมูลเมื่อวันที่ 11 พ.ค.ที่กรุงเวียนนาประเทศออสเตรียเป็นเงิน 2.16 ล้านยูโร( 2.79 ล้านดอลลาร์)ถือเป็นสถิติโลกที่ได้รับการประมูลกล้องมากถึงขนาดนี้ กล้องรุ่น O-Series สร้างทั้งหมด 25 ตัวปัจจุบันยังเหลืออยู่ 12 ตัว ถือเป็นกล้องทดลองการผลิตขนาด 35 มม.หลังจากนั้นการผลิตเริ่มจริงจังในปี 1925 เป็นต้นมา&#8230;..@เมื่อปี 2007 มีการประมูลกล้อง O-Series 1 ตัวได้เงิน 336,000 ยูโรและปี 2011 ประมูลอีกตัวทำเงินถึง 1.32 ล้านยูโร&#8230;..@ปัจจุบันมี<strong>แรงงานหญิงเขมร</strong>เข้าไปทำงานบ้านอยู่ในมาเลเซียประมาณ 30,000 คนและอีก 10,000 คนไปทำงานรับจ้างด้านอื่นๆ ทั้งหมดเป็นแรงงานที่ถูกกฎหมายจากบริษัทจัดหางาน แต่ก็ยังมีอีกจำนวนพอๆกันที่ลักลอบเข้าไปทำงานอย่างผิดกฎหมาย&#8230;..@ขณะที่มีแรงงานเขมรมาขึ้นทะเบียนทำงานในประเทศไทย 80,000 คน ทางการไทยเชื่อว่ายังมีแรงงานผิดกฎหมายชาวเขมรในไทยจำนวนไม่น้อยกว่ากัน รวมทั้งแรงงานประเภทเช้ามาทำงานในไทยและเย็นกลับไปเขมรอีกด้วย&#8230;..@<strong>วงโซ้ต </strong>(Vong Saut) รมว.แรงงานเขมรได้พบหารือกับ<strong>ดาโต๊ะเสรีสุบรามาเนียม</strong> รมว.ทรัพยากรบุคคลมาเลเซียที่กรุงพนมเปญ เพื่อร่วมกันหาทางดูแลคนงานชาวเขมรในประเทศมาเลเซีย และยังมีการหารือกับรมว.แรงงานสิงคโปร์ในวันที่ 11 พ.ค.ด้วยเพื่อให้การคุ้มครองแรงงานเขมรในสิงคโปร์&#8230;..@</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://apacnews.net/news/?feed=rss2&#038;p=24899</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สำนักงานทนายความ Moon &amp; Dorsett</title>
		<link>http://apacnews.net/news/?p=24892</link>
		<comments>http://apacnews.net/news/?p=24892#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 09:18:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าวทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[ประกาศข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://apacnews.net/news/?p=24892</guid>
		<description><![CDATA[สำนักงานทนายความ Moon &#38; Dorsett
รับปรึกษาคดีความแพ่ง,อาญา,คดีแรงงานและห้องอาหาร
3435 Wilshire Blvd., Suite 1060,Los Angeles,CA90010
(213) 380-1526   dm@danamoon.com
เดน่า มูน ดอร์เซ็ท
Dana Moon Dorsett เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการสำนักงานกฎหมายมูน &#38; ดอร์เซ็ท (Moon &#38; Dorsett),อพยพจากประเทศเกาหลีใต้มาอยู่สหรัฐระหว่างเรียนอยู่เกรด 11 ขณะอายุ 15 ปี
ทนายเดน่า ดอร์เซ็ท เรียนจบปริญญาตรีสาขารัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย UCLA  เรียนจบโรงเรียนกฎหมายจากUSCGould School of Law  และได้รับ JD  ทั้งก่อนและขณะเรียนอยู่โรงเรียนกฎหมายเธอเป็นเจ้าของและบริหารร้านค้าปลีกที่ตั้งอยู่ในBrentwood,Rancho Palos Verdes, และSouthCoastPlaza
ที่USCGould School of Law เดน่า มูน ดอร์เซ็ท ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหารวารสารกฎหมายระหว่างสถาบันการศึกษาแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้  ผลงานที่โรงเรียนกฎหมายเธอเขียนบทความเรื่อง”เกลียดการอภิปราย การพูดและการแสดงออกอย่างเสรี” ในวารสารกฎหมายโดยมี เออร์วิน เชเมอร์รินสกี้ คณบดีเป็นที่ปรึกษา
งานอาชีพทนายความของเดนา ดอร์เซ็ท เธอว่าความในคดีแพ่ง
เมื่อเร็วๆนี้เดน่า ดอร์เซ็ท ได้รับเลือกเป็นรองประธานกรรมการบริหาร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>สำนักงานทนายความ Moon &amp; Dorsett</p>
<p>รับปรึกษาคดีความแพ่ง,อาญา,คดีแรงงานและห้องอาหาร</p>
<p>3435 Wilshire Blvd., Suite 1060,Los Angeles,CA90010</p>
<p>(213) 380-1526   <a href="mailto:dm@danamoon.com">dm@danamoon.com<span id="more-24892"></span></a></p>
<p><a href="http://apacnews.net/news/?attachment_id=24893" rel="attachment wp-att-24893" class="local-link"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-24893" title="DanaDorsett" src="http://apacnews.net/news/wp-content/uploads/2012/05/DanaDorsett-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a>เดน่า มูน ดอร์เซ็ท</p>
<p>Dana Moon Dorsett เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการสำนักงานกฎหมายมูน &amp; ดอร์เซ็ท (Moon &amp; Dorsett),อพยพจากประเทศเกาหลีใต้มาอยู่สหรัฐระหว่างเรียนอยู่เกรด 11 ขณะอายุ 15 ปี</p>
<p>ทนายเดน่า ดอร์เซ็ท เรียนจบปริญญาตรีสาขารัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย UCLA  เรียนจบโรงเรียนกฎหมายจากUSCGould School of Law  และได้รับ JD  ทั้งก่อนและขณะเรียนอยู่โรงเรียนกฎหมายเธอเป็นเจ้าของและบริหารร้านค้าปลีกที่ตั้งอยู่ในBrentwood,Rancho Palos Verdes, และSouthCoastPlaza</p>
<p>ที่USCGould School of Law เดน่า มูน ดอร์เซ็ท ทำหน้าที่เป็นบรรณาธิการบริหารวารสารกฎหมายระหว่างสถาบันการศึกษาแห่งแคลิฟอร์เนียภาคใต้  ผลงานที่โรงเรียนกฎหมายเธอเขียนบทความเรื่อง”เกลียดการอภิปราย การพูดและการแสดงออกอย่างเสรี” ในวารสารกฎหมายโดยมี เออร์วิน เชเมอร์รินสกี้ คณบดีเป็นที่ปรึกษา</p>
<p>งานอาชีพทนายความของเดนา ดอร์เซ็ท เธอว่าความในคดีแพ่ง</p>
<p>เมื่อเร็วๆนี้เดน่า ดอร์เซ็ท ได้รับเลือกเป็นรองประธานกรรมการบริหาร (ประธานแต่งตั้ง) สมาคมนักกฎหมายชุมชนเกาหลี อยู่ในตำแหน่งปี 2011-2012</p>
<p>นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นอนุญาโตตุลาการและเจ้าหน้าที่ระงับข้อพิพาทด้วยความสมัครใจของศาลชั้นต้นรัฐแคลิฟอร์เนีย,แอล.เอ.เคาน์ตี้ ,ทำหน้าที่อนุญาตโตตุลาการให้กับสมาคมเนติบัณฑิตแห่งแอล.เอ.เคาน์ตี้,สมาคมเนติบัณฑิตแห่งซานตา มอนิก้า</p>
<p>เป็นสมาชิกของสมาคมบัณฑิตทางกฎหมายแห่งแอล.เอ.เคาน์ตี้ทำหน้าที่เป็นกรรมการฝ่ายวิชาชีพและความหลากหลาย เป็นสมาชิกของสมาคมบัณฑิตทางกฎหมายแห่งแอล.เอ.เคาน์ตี้ ทำหน้าที่กรรมการระงับข้อพิพาทระหว่างเจ้าของบ้านเช่าและผู้เช่า,อสังหาริมทรัพย์และกรรมการกฎหมายครอบครัว</p>
<p><strong>บทความคัดสรรที่เผยแพร่และนำเสนอโดยเดน่า ดอร์เซ็ท</strong><strong></strong></p>
<p>@&#8221;การจ้างงานและการสัมมนาเรื่องกฎหมายแรงงาน&#8221; หอการค้าอเมริกันเกาหลี,  2012</p>
<p>@&#8221;การจ้างงานและการสัมมนาเรื่องกฎหมายแรงงาน&#8221; หอการค้าไทย, 2011</p>
<p>@&#8221;การจ้างงานและการสัมมนาเรื่องกฎหมายแรงงานสำหรับเจ้าของโรงแรม,&#8221; Hotel เกาหลีเจ้าของธุรกิจการนำเสนอสมาคม, 2011</p>
<p>@&#8221;สื่อสังคมและจริยธรรมทางกฎหมาย,&#8221; MCLE สัมมนาสมาคมระหว่างประเทศของการนำเสนอทนายความเกาหลี, โซล, เกาหลี, 2011</p>
<p>@&#8221;บังคับใช้คำตัดสินของเกาหลีในแคลิฟอร์เนีย,&#8221; นำเสนอโซลเนติบัณฑิตยสภา, โซล, เกาหลี, 2011</p>
<p>@&#8221;การสัมมนาเรื่องกฎหมายครอบครัวแคลิฟอร์เนีย,&#8221; นำเสนอโซลเนติบัณฑิตยสภา, โซล, เกาหลี 2011</p>
<p>@&#8221;ADAคดีและชุมชนเกาหลีอเมริกัน,&#8221;Southern Californiaเกาหลีอเมริกันอาหารและการนำเสนอสมาคมร้านอาหาร, 2011</p>
<p>@&#8221;รายละเอียดและการเจริญเติบโตของการฟ้องร้องคดีทางแพ่งในชุมชนเกาหลีอเมริกัน,&#8221; หอการค้าเกาหลีอเมริกัน, 2010</p>
<p>@&#8221;ผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นที่ควรหลีกเลี่ยงในการฟ้องร้องคดี,&#8221; เกาหลี Daily, 2010</p>
<p>@&#8221;สัญญาและคดีทางแพ่ง&#8221; เกาหลี Daily, 2009</p>
<p>@&#8221;30 ผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง &#8211; สัมมนา MCLE ความรับผิดชอบระดับมืออาชีพ&#8221; เกาหลีนำเสนอชุมชนสมาคมทนายความ, 2008</p>
<p><a href="http://apacnews.net/news/?attachment_id=24894" rel="attachment wp-att-24894" class="local-link"><img class="alignright size-thumbnail wp-image-24894" title="JeffDorsett" src="http://apacnews.net/news/wp-content/uploads/2012/05/JeffDorsett-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a>เจฟฟ์ ดอร์เซ็ท</p>
<p>Jeff E. Dorsett  เป็นหุ้นส่วนสำนักงานทนายความมูน &amp; ดอร์เซ็ท(Moon &amp; Dorsett), เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัย UC Santa Barbara และจบการศึกษาเกียรตินิยมอันดับสอง (Magna cum laude )จากมหาวิทยาลัยWest Los Angeles</p>
<p>ทนายดอร์เซ็ทได้รับรางวัลวิทคินความเป็นเลิศทางกฎหมาย(Witkin Awards for Excellence) ในคดีการทำความผิดทางแพ่ง(Torts ),การเตรียมงานกฎหมายเพื่อฝึกอบรม,ดำเนินกฎหมายหลังคำพิพากษาของศาลเช่นเรียกค่าปรับรวมทั้งปกป้องสิทธิ์(Remedies), กฎหมายรัฐธรรมนูญ, กฎหมายอาญาและวิธีพิจารณาความแพ่ง</p>
<p>นอกจากนี้ยังเป็นสมาชิกเนติบัณฑิตยสภาของBeverly Hills, Wilshire, สมาคมทนายความแห่งชุมชนเกาหลีและสมาคมทนายแห่งสมาคมนักเล่นกระดานโต้คลื่น</p>
<p>ทนายดอร์เซ็ทรับว่าความในคดีอาญารวมทั้งการลบล้างความผิด,คดีเด็กและเยาวชน,คดีขับรถด้วยความมึนเมา(DUI) และคดีทำร้ายกันระหว่างคู่สมรส</p>
<p><a href="http://apacnews.net/news/?attachment_id=24895" rel="attachment wp-att-24895" class="local-link"><img class="aligncenter size-full wp-image-24895" title="Justice" src="http://apacnews.net/news/wp-content/uploads/2012/05/Justice.jpg" alt="" width="430" height="430" /></a></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://apacnews.net/news/?feed=rss2&#038;p=24892</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นั่งรถไฟสายเอ็กซ์โปไลน์ได้เห็นหมด !</title>
		<link>http://apacnews.net/news/?p=24889</link>
		<comments>http://apacnews.net/news/?p=24889#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 09:07:18 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[Metro Briefs]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://apacnews.net/news/?p=24889</guid>
		<description><![CDATA[
นั่งรถไฟสายเอ็กซ์โปไลน์ได้เห็นหมด !
ฉกฉวยโอกาสนั่งรถไฟสายใหม่ของเมโทรคือ Expo Line สายตรงและสะดวกระหว่างดาวน์ทาวน์แอล.เอ.กับเวสต์ไซด์จะได้พบกับบรรยากาศอาหารเย็นที่คัลเวอร์ ซิตี้,พิพิธภัณฑ์เอ็กซ์โป พาร์ค,ชีวิตกลางคืนในดาวน์ทาวน์และอื่นๆอีกมากมาย เข้าไปวางแผนการเดินทางได้ที่ metro.net.
อนุมัติสร้างต่อรถใต้ดินและศูนย์ต่อเชื่อม
คณะกรรมการอำนวยการเมโทรได้อนุมัติครั้งสุดท้ายเกี่ยวกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมทั้งการสร้างต่อรถไฟใต้ดินจากมิด-วิลเชอร์ไปยังเวสต์ไซด์รวมทั้งศูนย์ต่อเชื่อม (Regional Connector)ไปถึงดาวน์ทาวน์แอล.เอ. ทั้งสองโครงการนี้เขยิบเข้ามาใกล้ที่จะเลือกบริษัทก่อสร้างและเริ่มการก่อสร้างแล้ว รายละเอียดของสองโครงการเข้าไปดูได้ที่ metro.net/westside และ metro.net/regionalconnector.
&#160;
โบกี้ใหม่ 78 ตู้ถูกนำเข้าเมโทรฟลีท
คณะกรรมการอำนวยการเมโทรอนุมัติเงิน 299 ล้านดอลลาร์เพื่อที่ซื้อตู้โบกี้ใหม่  78 โบกี้จากบริษัท Kinkisharyo International, LLC, และยังมีทางเลือกที่จะซื้อเพิ่มเติมอีก 157 ตู้ ขบวนรถเหล่านี้จะนำมาใช้สายรถไฟใหม่ที่กำลังก่อสร้าง,ใช้กับเอ็กซ์โปไลน์ไปถึงซานตา มอนิก้าและใช้กับรถไฟสาย
โกลด์ไลน์เส้นทางต่อเชื่อมไปยัง Foothill
&#160;
ใช้เมโทรไปสนามด๊อดเจอร์
การไปดูการแข่งขันของทีมเบสบอลด๊อดเจอร์ฤดูกาลนี้ เริ่มจากใช้บริการเมโทรไปลงที่ยูเนียน สเตชั่นจากนั้นต่อรถสาย Dodger Stadium Express  ท่านสามารถหลีกเลี่ยงการจราจรและช่วยลดอากาศเสียได้น้อยลง บัตรเข้าชมด๊อดเจอร์ในวันนั้นคือตั๋วโดยสาร  The Dodger Stadium Express ได้รับเงินสนับสนุนจาก MSRC ที่เรียกว่ากองทุนคมนาคมช่วยให้อากาศสะอาด รายละเอียดเข้าไปดูที่ metro.net/dodgers
&#160;
วันขี่จักรยานไปทำงาน- 17 พ.ค.2012
วันพฤหัสบดีที่ 17 พ.ค.นี้ถือเป็นวันขี่รถจักรยานไปทำงาน(Bike to Work Day) เมโทรและชุมชนที่ให้การสนับสนุนจะจัดหน่วยหยุดทั่วแอล.เอ.เคาน์ตี้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://apacnews.net/news/?attachment_id=10564" rel="attachment wp-att-10564" class="local-link"><img class="aligncenter size-full wp-image-10564" title="Metro_banner-0001" src="http://apacnews.net/news/wp-content/uploads/2011/10/Metro_banner-0001.jpg" alt="" width="600" height="341" /></a></p>
<p><strong>นั่งรถไฟสายเอ็กซ์โปไลน์ได้เห็นหมด !</strong></p>
<p>ฉกฉวยโอกาสนั่งรถไฟสายใหม่ของเมโทรคือ Expo Line สายตรงและสะดวกระหว่างดาวน์ทาวน์แอล.เอ.กับเวสต์ไซด์จะได้พบกับบรรยากาศอาหารเย็นที่คัลเวอร์ ซิตี้,พิพิธภัณฑ์เอ็กซ์โป พาร์ค,ชีวิตกลางคืนในดาวน์ทาวน์และอื่นๆอีกมากมาย เข้าไปวางแผนการเดินทางได้ที่ metro.net.<span id="more-24889"></span></p>
<p><strong>อนุมัติสร้างต่อรถใต้ดินและศูนย์ต่อเชื่อม</strong></p>
<p>คณะกรรมการอำนวยการเมโทรได้อนุมัติครั้งสุดท้ายเกี่ยวกับผลกระทบสิ่งแวดล้อมทั้งการสร้างต่อรถไฟใต้ดินจากมิด-วิลเชอร์ไปยังเวสต์ไซด์รวมทั้งศูนย์ต่อเชื่อม (Regional Connector)ไปถึงดาวน์ทาวน์แอล.เอ. ทั้งสองโครงการนี้เขยิบเข้ามาใกล้ที่จะเลือกบริษัทก่อสร้างและเริ่มการก่อสร้างแล้ว รายละเอียดของสองโครงการเข้าไปดูได้ที่ metro.net/westside และ metro.net/regionalconnector.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>โบกี้ใหม่ 78 ตู้ถูกนำเข้าเมโทรฟลีท</strong></p>
<p>คณะกรรมการอำนวยการเมโทรอนุมัติเงิน 299 ล้านดอลลาร์เพื่อที่ซื้อตู้โบกี้ใหม่  78 โบกี้จากบริษัท Kinkisharyo International, LLC, และยังมีทางเลือกที่จะซื้อเพิ่มเติมอีก 157 ตู้ ขบวนรถเหล่านี้จะนำมาใช้สายรถไฟใหม่ที่กำลังก่อสร้าง,ใช้กับเอ็กซ์โปไลน์ไปถึงซานตา มอนิก้าและใช้กับรถไฟสาย</p>
<p>โกลด์ไลน์เส้นทางต่อเชื่อมไปยัง Foothill</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>ใช้เมโทรไปสนามด๊อดเจอร์</strong></p>
<p>การไปดูการแข่งขันของทีมเบสบอลด๊อดเจอร์ฤดูกาลนี้ เริ่มจากใช้บริการเมโทรไปลงที่ยูเนียน สเตชั่นจากนั้นต่อรถสาย Dodger Stadium Express  ท่านสามารถหลีกเลี่ยงการจราจรและช่วยลดอากาศเสียได้น้อยลง บัตรเข้าชมด๊อดเจอร์ในวันนั้นคือตั๋วโดยสาร  The Dodger Stadium Express ได้รับเงินสนับสนุนจาก MSRC ที่เรียกว่ากองทุนคมนาคมช่วยให้อากาศสะอาด รายละเอียดเข้าไปดูที่ metro.net/dodgers</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><strong>วันขี่จักรยานไปทำงาน- 17 พ.ค.2012</strong></p>
<p>วันพฤหัสบดีที่ 17 พ.ค.นี้ถือเป็นวันขี่รถจักรยานไปทำงาน(Bike to Work Day) เมโทรและชุมชนที่ให้การสนับสนุนจะจัดหน่วยหยุดทั่วแอล.เอ.เคาน์ตี้ เพื่อบริการของว่างและข้อมูลของจักรยาน  รายละเอียดเพิ่มเติมเหตุการณ์ต่างๆของ”สัปดาห์จักรยาน”(Bike Week )และจุดหยุดรถเข้าไปตรวจสอบได้ที่ metro.net/bikeweek</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://apacnews.net/news/?feed=rss2&#038;p=24889</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นวนิยายเรื่อง”อยู่กับก๋ง”</title>
		<link>http://apacnews.net/news/?p=24884</link>
		<comments>http://apacnews.net/news/?p=24884#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 09:01:42 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[เก็บเอามาเล่า]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://apacnews.net/news/?p=24884</guid>
		<description><![CDATA[หยก เด็กชายวัยสิบสามขวบ อาศัยอยู่กับก๋งในห้องแถวเล็กๆแห่งหนึ่ง พวกเขาซึ่งมีฐานะยากจนหาเลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างเล็กน้อยบ้าง ขายงานฝีมือที่ทำมาจากวัสดุเหลือใช้บ้าง กิจวัตรประจำวันของหยกคือ ตื่นเช้า ไปจ่ายตลาดซื้อกับข้าว เป็นการจ่ายตลาดครั้งเดียวในรอบวัน เมื่อกลับจากจ่ายตลาดก็แต่งตัวไปโรงเรียน ก่อนออกจากห้องทุกครั้ง ก๋งจะบอกหยกให้หยิบสตางค์ไปซื้อขนมกินด้วยทุกครั้ง แต่หยกไม่เคยที่จะใช้เงินที่ก๋งให้ไปซื้อขนมเลย เพราะเขารู้ดีกว่าพวกเขายังมีฐานะยากจนอยู่
บางครั้งคุณนายทองห่อ ภรรยาปลัดอำเภอซึ่งเป็นแม่ของคุณป้อมเพื่อนของหยก จะเรียกหยกไปใช้งานเล็กน้อยบ้างโดยให้เงินกลับมาเป็นค่าตอบแทน หยกจะดีใจและตื่นเต้นทุกครั้งที่คุณนายทองห่อจะเรียกเขาไปใช้งาน เพราะมันหมายถึงเขาจะได้เงินมาเก็บไว้ในเชี่ยนหมากของก๋ง
แม้หยกซึ่งกำพร้าพ่อแม่จะเคยนึกสงสัยว่าทำไมตนถึงไม่มีพ่อแม่เหมือนคนเด็กๆอื่น และบางครั้งก็รู้สึกถึงความไม่สมบูรณ์ของตน เมื่อหยกถามก๋ง ก๋งก็จะตอบเพียงว่าไว้โตขึ้นก๋งจะเล่าให้ฟัง และเมื่อเซ้าซี้หนักขึ้น ก๋งก็จะย้อนถามหยกว่า…ทำไมต้องถามถึงพ่อกับแม่ หยกอยู่กับก๋งไม่มีความสุขหรอกหรือ หยกจึงจำต้องปิดปากเงียบ…
จนวันหนึ่งหยกได้พบเห็นเด็กกำพร้าที่ถูกเอามาทิ้งไว้ หยกจึงได้เข้าใจว่าโลกนี้ยังมีเด็กโชคร้ายอีกหลายคนนัก และเพื่อนเขาบางคนเช่น ป้อม ลูกชายของ คุณนายทองห่อ กับคุณปลัด ที่แม้จะมีพ่อแม่พร้อมหน้า หากหยกได้รู้ความจริงว่าภายใต้รอยยิ้มนั้น มีแต่การปั้นหน้าใส่กัน หยกจึงเข้าใจว่า การที่เขามีก๋งคอยให้ความรักกับเขาอย่างแท้จริงต่างหากที่ทำให้เขาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แล้ว.
อยู่กับก๋ง เป็นเรื่องที่ผู้แต่งเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงในวัยเด็กที่ได้อาศัยอยู่กับก๋ง ซึ่งเป็นชาวจีนอพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งยังคงประทับอยู่ในความทรงจำของผู้แต่งเสมอ ก๋ง ผู้เป็นทุกอย่างในชีวิตเขาได้ปลูกฝังสั่งสอนให้เขาได้มีทัศนคติในการใช้ชีวิตที่ดี ไม่น้อยเนื้อต่ำใจในความยากจนของตน แต่ให้เฝ้าเพียรพยามขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่นเสมอ หากเราทำดี ในภายภาคหน้าต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน
ดังประโยคหนึ่งที่ก๋งเคยกล่าวไว้ว่า “ไม่ใช่ว่าดวงดีแล้วจะร่ำรวยได้ ก่อนจะสร้างตัวได้สำเร็จเขาจะต้องผ่านการทำงานอย่างหนักมาแล้วด้วย รู้จักหาเงิน รู้จักเก็บงำ รู้จักคิดหาช่องทางต่อทุน ฐานะของเขาจึงเป็นปึกแผ่นขึ้นมาได้ ไม่มีใครโชคดีถึงกับนอนขี้เกียจอยู่ข้างถนนแล้วเทวดาจะโยนถุงเงินลงมาให้ถึงหน้าตัก…จำไว้”
หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาที่ข้าพเจ้าเคยได้อ่านเมื่อสมัยเรียนมัธยม และเมื่อข้าพเจ้าได้เจอหนังสือเล่มนี้อีกครั้ง จึงไม่ลังเลเลยที่จะหยิบมาทำเป็นหนังสือแนะนำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หยก เด็กชายวัยสิบสามขวบ อาศัยอยู่กับก๋งในห้องแถวเล็กๆแห่งหนึ่ง พวกเขาซึ่งมีฐานะยากจนหาเลี้ยงชีพด้วยการรับจ้างเล็กน้อยบ้าง ขายงานฝีมือที่ทำมาจากวัสดุเหลือใช้บ้าง กิจวัตรประจำวันของหยกคือ<span id="more-24884"></span> ตื่นเช้า ไปจ่ายตลาดซื้อกับข้าว เป็นการจ่ายตลาดครั้งเดียวในรอบวัน เมื่อกลับจากจ่ายตลาดก็แต่งตัวไปโรงเรียน ก่อนออกจากห้องทุกครั้ง ก๋งจะบอกหยกให้หยิบสตางค์ไปซื้อขนมกินด้วยทุกครั้ง แต่หยกไม่เคยที่จะใช้เงินที่ก๋งให้ไปซื้อขนมเลย เพราะเขารู้ดีกว่าพวกเขายังมีฐานะยากจนอยู่</p>
<p><a href="http://apacnews.net/news/?attachment_id=24886" rel="attachment wp-att-24886" class="local-link"><img class="alignright size-full wp-image-24886" title="BookReview589" src="http://apacnews.net/news/wp-content/uploads/2012/05/BookReview589.jpg" alt="" width="352" height="500" /></a>บางครั้งคุณนายทองห่อ ภรรยาปลัดอำเภอซึ่งเป็นแม่ของคุณป้อมเพื่อนของหยก จะเรียกหยกไปใช้งานเล็กน้อยบ้างโดยให้เงินกลับมาเป็นค่าตอบแทน หยกจะดีใจและตื่นเต้นทุกครั้งที่คุณนายทองห่อจะเรียกเขาไปใช้งาน เพราะมันหมายถึงเขาจะได้เงินมาเก็บไว้ในเชี่ยนหมากของก๋ง</p>
<p>แม้หยกซึ่งกำพร้าพ่อแม่จะเคยนึกสงสัยว่าทำไมตนถึงไม่มีพ่อแม่เหมือนคนเด็กๆอื่น และบางครั้งก็รู้สึกถึงความไม่สมบูรณ์ของตน เมื่อหยกถามก๋ง ก๋งก็จะตอบเพียงว่าไว้โตขึ้นก๋งจะเล่าให้ฟัง และเมื่อเซ้าซี้หนักขึ้น ก๋งก็จะย้อนถามหยกว่า…ทำไมต้องถามถึงพ่อกับแม่ หยกอยู่กับก๋งไม่มีความสุขหรอกหรือ หยกจึงจำต้องปิดปากเงียบ…</p>
<p>จนวันหนึ่งหยกได้พบเห็นเด็กกำพร้าที่ถูกเอามาทิ้งไว้ หยกจึงได้เข้าใจว่าโลกนี้ยังมีเด็กโชคร้ายอีกหลายคนนัก และเพื่อนเขาบางคนเช่น ป้อม ลูกชายของ คุณนายทองห่อ กับคุณปลัด ที่แม้จะมีพ่อแม่พร้อมหน้า หากหยกได้รู้ความจริงว่าภายใต้รอยยิ้มนั้น มีแต่การปั้นหน้าใส่กัน หยกจึงเข้าใจว่า การที่เขามีก๋งคอยให้ความรักกับเขาอย่างแท้จริงต่างหากที่ทำให้เขาเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์แล้ว.</p>
<p>อยู่กับก๋ง เป็นเรื่องที่ผู้แต่งเขียนขึ้นจากประสบการณ์จริงในวัยเด็กที่ได้อาศัยอยู่กับก๋ง ซึ่งเป็นชาวจีนอพยพมาจากจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งยังคงประทับอยู่ในความทรงจำของผู้แต่งเสมอ ก๋ง ผู้เป็นทุกอย่างในชีวิตเขาได้ปลูกฝังสั่งสอนให้เขาได้มีทัศนคติในการใช้ชีวิตที่ดี ไม่น้อยเนื้อต่ำใจในความยากจนของตน แต่ให้เฝ้าเพียรพยามขยันขันแข็ง ซื่อสัตย์ต่อตนเองและผู้อื่นเสมอ หากเราทำดี ในภายภาคหน้าต้องประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน</p>
<p>ดังประโยคหนึ่งที่ก๋งเคยกล่าวไว้ว่า “ไม่ใช่ว่าดวงดีแล้วจะร่ำรวยได้ ก่อนจะสร้างตัวได้สำเร็จเขาจะต้องผ่านการทำงานอย่างหนักมาแล้วด้วย รู้จักหาเงิน รู้จักเก็บงำ รู้จักคิดหาช่องทางต่อทุน ฐานะของเขาจึงเป็นปึกแผ่นขึ้นมาได้ ไม่มีใครโชคดีถึงกับนอนขี้เกียจอยู่ข้างถนนแล้วเทวดาจะโยนถุงเงินลงมาให้ถึงหน้าตัก…จำไว้”</p>
<p>หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาที่ข้าพเจ้าเคยได้อ่านเมื่อสมัยเรียนมัธยม และเมื่อข้าพเจ้าได้เจอหนังสือเล่มนี้อีกครั้ง จึงไม่ลังเลเลยที่จะหยิบมาทำเป็นหนังสือแนะนำ ด้วยภาษาที่สละสลวย</p>
<p>เนื้อเรื่องที่แม้จะเป็นเรื่องราวของชีวิตธรรมดาของเด็กชายคนหนึ่ง แต่แฝงด้วยความอบอุ่นและความผูกพันของชีวิตสองชีวิตโดยสอดแทรกข้อคิดในการใช้ชีวิตและการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปหลายสิบปี แต่ข้อคิดเหล่านี้ก็ไม่ล้าสมัยและยังใช้ได้อยู่เสมอ.</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Book review -อยู่กับก๋ง by หยก บูรพา Posted by library team onMonday, May 7th 2012</p>
<p>Review by Ms Muay Genre – fiction  Audience : Year 7 -Year 13 ,Teachers and Parents</p>
<p>Rating -10/10</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://apacnews.net/news/?feed=rss2&#038;p=24884</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฝึกพูด-หัดพูด</title>
		<link>http://apacnews.net/news/?p=24876</link>
		<comments>http://apacnews.net/news/?p=24876#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 May 2012 08:46:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[คอลัมน์ประจำ]]></category>
		<category><![CDATA[นานาคอลัมน์]]></category>
		<category><![CDATA[มองไปข้างหน้า โดย วิภัช ธราภาค]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://apacnews.net/news/?p=24876</guid>
		<description><![CDATA[
กล่าวโดยทั่วไปแล้ว คงไม่มีใครที่จะแสดงตัวว่าไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่ในขณะที่ปากว่าชอบนั้น ความเป็นจริงได้เป็นไปอย่างที่ปากว่าหรือหาไม่              อ่านแต่เพียงใช้สายตากวาดผ่านข้อความต่างๆไปอย่างลวกๆ เพื่อหาเรื่องตื่นเต้นประจำวันด้วยการใช้เวลาที่สั้นอย่างสุด ๆ ครั้นแล้วก็ต้องเกิดความกลัดกลุ้มใจกับเวลาว่างซึ่งมีมากเกินไป  เลยหันลี้หันขวางไปลงท้ายด้วยการบังคับตัวเองให้นั่งทำสมาธิสักพักใหญ่แล้วร้องว่า “ฮ้อแร่ด” ก็มีให้เห็นอยู่ถมไป
การอ่านหนังสือด้วยความตั้งใจ พร้อมใช้สายตาตรวจตัวอักษร  และพิจารณาความหมายของแต่ละถ้อยคำอย่างพินิจพิเคราะห์นั้น อาจเป็นช่องทางที่นำไปถึงความแตกฉานในเชิงภาษาไม่แต่เพียงทิศเดียวเท่านั้น  ยังสามารถให้ความสนุกสนานในเชิงอรรถรสที่เพิ่มพูนพลังให้แก่ประสาทสัมผัสได้เกินกว่าที่จะสรรหาถ้อยคำมากล่าวได้ครบถ้วนจริงๆ เลยทีเดียว
ถ้อยคำที่ใช้กันซ้ำซากทุกเมื่อเชื่อวันนั้น มักจะนำไปสู่ความหมายเฉพาะตัวของคำนั้น ๆ เช่น ฝึก, หัด, ฝึกหัด, ฝึกฝน, ฝึกปรือ แล้วเราก็จะใช้แต่ละคำนั้น ๆ ในลักษณะที่ต่างกรรมและต่างวาระกันไป
เราใช้คำว่า “หัดพูด”เมื่อกล่าวถึงเด็กเล็กๆที่เริ่มหัดเดิน หัดพูด ครั้นแล้วเราใช้คำว่า“ฝึกพูด” เมื่อกล่าวถึงกิจกรรมของสโมสรโทสต์มาสเตอร์สคลับว่าเป็นสโมสรฝึกพูดซึ่งบรรดามวลสมาชิกล้วนแต่เป็นคนตัวโตๆ ที่สร้างปัญหาให้แก่พวกสุนัขได้แล้วทั้งนั้น
ส่วนในเรื่องของโทสต์มาสเตอร์สคลับหรือสโมสรฝึกพูดนั้น  ประเด็นที่น่าสนใจและสามารถให้ผลตอบแทนแก่บรรดามวลหมู่สมาชิกได้นั้นก็มีให้นับได้อยู่หลายประการ อาทิเช่น ท่านจะมีโอกาสได้สังสรรค์กับผู้คนมากหน้าหลายตาที่ต่างอาชีพ ขณะเดียวกันสมาชิกแทบทุกคนล้วนแต่มีอายุอานามในวัยใกล้เคียงกับท่าน  และยังกระตือรือล้นกับชีวิตเพื่อวันหน้าอยู่ทำนองเดียวกันกับท่าน

ประเด็นถัดไปอาจเป็นว่า ท่านสามารถแสวงหาโอกาสที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ตัวท่านเองได้ด้วยการแสดงออกทางใดทางหนึ่งต่อหน้าที่ประชุมชน คนหมู่มาก   แต่ก็แน่ละ  บางคนหาทางออกด้วยการแหกปากโก่งคอร้องเพลงแบบคาราโอเกะ  หรือแม้แต่ทางอื่นใดก็ย่อมได้ โดยเราไม่ว่ากัน
จากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสโมสรฝึกพูดนั้น ท่านจะมีโอกาสปรับตัวให้เป็นนักพูดที่ดีต่อหน้าสาธารณชนด้วยการเรียนรู้และเพิ่มพูนศักยภาพพื้นฐานในตัวของท่านเองขึ้นไปให้มากเท่าที่พึงจะกระทำได้ ในลักษณะต่าง ๆ อาทิเช่น
ใช้สายตา และใบหน้าของตนเองในทางบวก อาทิเช่นมีการกวาดสายตาไปรอบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://apacnews.net/news/?attachment_id=21107" rel="attachment wp-att-21107" class="local-link"><img class="aligncenter size-full wp-image-21107" title="LOOK-banner" src="http://apacnews.net/news/wp-content/uploads/2012/03/LOOK-banner.gif" alt="" width="510" height="100" /></a></p>
<p>กล่าวโดยทั่วไปแล้ว คงไม่มีใครที่จะแสดงตัวว่าไม่ชอบอ่านหนังสือ แต่ในขณะที่ปากว่าชอบนั้น ความเป็นจริงได้เป็นไปอย่างที่ปากว่าหรือหาไม่<span id="more-24876"></span>              อ่านแต่เพียงใช้สายตากวาดผ่านข้อความต่างๆไปอย่างลวกๆ เพื่อหาเรื่องตื่นเต้นประจำวันด้วยการใช้เวลาที่สั้นอย่างสุด ๆ ครั้นแล้วก็ต้องเกิดความกลัดกลุ้มใจกับเวลาว่างซึ่งมีมากเกินไป  เลยหันลี้หันขวางไปลงท้ายด้วยการบังคับตัวเองให้นั่งทำสมาธิสักพักใหญ่แล้วร้องว่า “ฮ้อแร่ด” ก็มีให้เห็นอยู่ถมไป</p>
<p>การอ่านหนังสือด้วยความตั้งใจ พร้อมใช้สายตาตรวจตัวอักษร  และพิจารณาความหมายของแต่ละถ้อยคำอย่างพินิจพิเคราะห์นั้น อาจเป็นช่องทางที่นำไปถึงความแตกฉานในเชิงภาษาไม่แต่เพียงทิศเดียวเท่านั้น  ยังสามารถให้ความสนุกสนานในเชิงอรรถรสที่เพิ่มพูนพลังให้แก่ประสาทสัมผัสได้เกินกว่าที่จะสรรหาถ้อยคำมากล่าวได้ครบถ้วนจริงๆ เลยทีเดียว</p>
<p>ถ้อยคำที่ใช้กันซ้ำซากทุกเมื่อเชื่อวันนั้น มักจะนำไปสู่ความหมายเฉพาะตัวของคำนั้น ๆ เช่น ฝึก, หัด, ฝึกหัด, ฝึกฝน, ฝึกปรือ แล้วเราก็จะใช้แต่ละคำนั้น ๆ ในลักษณะที่ต่างกรรมและต่างวาระกันไป</p>
<p>เราใช้คำว่า “หัดพูด”เมื่อกล่าวถึงเด็กเล็กๆที่เริ่มหัดเดิน หัดพูด ครั้นแล้วเราใช้คำว่า“ฝึกพูด” เมื่อกล่าวถึงกิจกรรมของสโมสรโทสต์มาสเตอร์สคลับว่าเป็นสโมสรฝึกพูดซึ่งบรรดามวลสมาชิกล้วนแต่เป็นคนตัวโตๆ ที่สร้างปัญหาให้แก่พวกสุนัขได้แล้วทั้งนั้น</p>
<p>ส่วนในเรื่องของโทสต์มาสเตอร์สคลับหรือสโมสรฝึกพูดนั้น  ประเด็นที่น่าสนใจและสามารถให้ผลตอบแทนแก่บรรดามวลหมู่สมาชิกได้นั้นก็มีให้นับได้อยู่หลายประการ อาทิเช่น ท่านจะมีโอกาสได้สังสรรค์กับผู้คนมากหน้าหลายตาที่ต่างอาชีพ ขณะเดียวกันสมาชิกแทบทุกคนล้วนแต่มีอายุอานามในวัยใกล้เคียงกับท่าน  และยังกระตือรือล้นกับชีวิตเพื่อวันหน้าอยู่ทำนองเดียวกันกับท่าน</p>
<p><a href="http://apacnews.net/news/?attachment_id=24880" rel="attachment wp-att-24880" class="local-link"><img class="aligncenter size-full wp-image-24880" title="Look589" src="http://apacnews.net/news/wp-content/uploads/2012/05/Look589.jpg" alt="" width="450" height="399" /></a><br />
ประเด็นถัดไปอาจเป็นว่า ท่านสามารถแสวงหาโอกาสที่จะสร้างความภาคภูมิใจให้แก่ตัวท่านเองได้ด้วยการแสดงออกทางใดทางหนึ่งต่อหน้าที่ประชุมชน คนหมู่มาก   แต่ก็แน่ละ  บางคนหาทางออกด้วยการแหกปากโก่งคอร้องเพลงแบบคาราโอเกะ  หรือแม้แต่ทางอื่นใดก็ย่อมได้ โดยเราไม่ว่ากัน</p>
<p>จากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสโมสรฝึกพูดนั้น ท่านจะมีโอกาสปรับตัวให้เป็นนักพูดที่ดีต่อหน้าสาธารณชนด้วยการเรียนรู้และเพิ่มพูนศักยภาพพื้นฐานในตัวของท่านเองขึ้นไปให้มากเท่าที่พึงจะกระทำได้ ในลักษณะต่าง ๆ อาทิเช่น</p>
<p>ใช้สายตา และใบหน้าของตนเองในทางบวก อาทิเช่นมีการกวาดสายตาไปรอบ ๆ และไม่จับจ้องอยู่ที่คนใดหรือกลุ่มใดเท่านั้น ฯลฯ</p>
<p>ฝึกพูดให้ได้อย่างเป็นเรื่องเป็นราว มีสาระที่น่าสนใจ ด้วยน้ำเสียงและระดับเสียงที่ถูกต้องตามโอกาสและสถานที่  พร้อมทั้งสามารถหยอดเรื่องที่ตลกขบขันเพื่อเรียกเสียงหัวเราะและปรบมือจากลุ่มผู้ฟังได้เป็นระยะ ๆ โดยไม่มีการพูดในลักษณะติดอ่าง หรือ  วนไปวนมาให้ซ้ำซาก  และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ต้องไม่มีเสียง  อือ,  อา, ฯลฯ ระหว่างประโยค ใช้คำพูดได้อย่างชัดถ้อยชัดความ  ออกเสียงตัว ร. และ ตัว ล.ถูกต้องและชัดเจน</p>
<p>หัดพูดเรื่องที่น่าสนใจติดต่อกันได้เป็นเวลานานอย่างต่ำครึ่งชั่วโมงขึ้นไปด้วยการทดลองอัดเสียงตัวเองพูดลงไว้เพื่อเปิดฟังและสำรวจข้อบกพร่อง ฯลฯ บ้างเป็นประจำ</p>
<p>ต้องไม่พยายามซ่อนตัวอยู่หลังโต๊ะเล็กเชอร์ แต่ออกมายืนให้ผู้คนได้เห็นเต็มตัวด้วยท่าท่างที่องอาจ ผึ่งผาย  พยายามเก็บมือไม้ทั้งสองข้างไว้ให้อยู่นิ่งมากที่สุด อย่าชี้โบ๊ชี้เบ๊เพิ่มความเป็นงงให้แก่ผู้ที่นั่งฟังเพราะลำพังคำพูดของท่านเองนั้นก็เข้าใจได้แสนลำบากอยู่ก่อนแล้ว ฯลฯ</p>
<p>อีกทั้งไม่ควรใช้มือทั้งสองข้างท้าวเอว หรือเอามือไขว้หลัง และแม้แต่ยืนในท่า “กอกะดุม” นั้นก็ขอห้ามอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกาละและเทศะ เป็นอย่างที่ซู้ด</p>
<p>ท่านสามารถถามหาสถานที่ติดต่อกับโทสต์มาสเตอร์สคลับได้จากเจ้าหน้าที่ห้องสมุดสาธารณะทั่วไป หรือทางกูเกิลออน์ไลน์ก็ย่อมได้อย่างแสนสะดวก</p>
<p>ขอให้อายุมั่นขวัญยืน</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://apacnews.net/news/?feed=rss2&#038;p=24876</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

